ยุทธพล's profileมีความสุขไปวันๆPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
September 02 ~{G}~ เวอชั่นผมงอกอ่านดีๆนะ ผมงอกไม่ใช่ผมหงอก เอาล่ะหลังจากตลุยมิชชั่นต่างๆในชีวิตมากมายมหาศาลเพราะช่วงนี้ทำหลายเรื่องจัด
ตั้งเเต่เอาอันเเรกเลย Project Zujury วงดนตรีที่ปลุกปล้ำกันมาตั้งเเต่เมื่อต้นปีตอนนี้ก็ไเ้เวลาที่จะขยับขยายอาณาเขตกันซะทีโดยการทำเพลงซิงเกิ้ลออกมา 7 หมื่นล้านซิงเกิ้ล คัดมาเเล้วเหลือ 5 เพลง เเต่เสร็จเเค่ 2 เพลงในขณะนี้นะครับ เวรไมลดฮวบ เอาเป็นว่าก็ถือว่าทำมาดีที่สุดเเล้วล่าสุด 2 เพลงดังกล่าวได้ยื่นไปที่ FAT RADIO
ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง ก็ติดตามผลกันต่อไปถึงจะนเเววไม่เป็นดังหวังเราก็จะพัฒนาผลงานของเราต่อไปครับ ใครสนใจเพลงใหม่ๆที่ทำออกมาเรื่อยๆก็ทักมาขอกันได้ในเอ็มเเม้จะไม่อยุก็เหอะ เพลงเป็นเเนว กรันจ์ ผมเองก็ไม่รุว่าไอเเนวนี้มันเป็นไง เเต่ก็หลงร้องไปเเล้วหลายเพลงอยู่ สนใจวงดนตรีไปเล่นตามงานก็ติดต่อกันเข้ามาได้
บอดี้สเเลม บิ้กเเอสออกงานที 7-8 หมื่น วง Zubjury เล่นฟรีนะคิดดีๆล่ะ เราเล่นได้ทุกเเนวยกเว้นเเนวที่เราเล่นอยู่
อะมาอันที่ 2 ที่ผ่านไปสดๆร้อน คือประกวดเเบบสวนเพอร์เฟ็ค เอาเป็นทางการหน่อยดีกว่า Perfect Garden ของบ้านเเละสวน ก็โชคดีติดเข้าไปกับเขาด้วย
ขอบคุณ พระเจ้า Artlantis ที่ท่านอยู่กับเรามา 1 วาระเเล้วทำให้เรามีตังใช้ 3000 เเต่อยู่กับเราไม่นานเพราะหลังจากได้รางวัลเเล้วก็หมดไปกับ Msn-02 Zeong ซะ เเละทำให้เกิดบทสรุปว่ากุต้องเก็บหุ่นของไอบ้าหางเเดง คาสวาล ไดคุน เฮ้อ ต่อออกนอกเรื่องไปเยอะเเล้ว ตังที่ซื้อไปก็ต่อกับเจ้ HH เหลือ 2200 เลยพอเหลือตังอยู่บ้าง เเต่มันก็อยู่ไม่นานตามเคยหมดไปกับค่าห้องอัด จนเหลือ 100 บาท คิดดู 3000 เหลือ 100 เดียว ในชั่วเวลา 2 วัน เฮ้อ อนาถหนาชีวิต โอตาคุ นักดนตรีเเละนิสิตสถาปัตย์
อันต่อมาเป็นอนาคตที่ขอลองคือการส่งประกวด M150 DJ CREATIVE 2007 เเม่เเกอยากให้ส่งประกวดเพราะสมัยอยู่มัธยมเคยจัดรายการวิทยุอยู่ 3 ปี เเกเลยเห็นเเววเลยบอกให้ลองส่งไปดู ก็เอาทำดู เสร็จเเล้วก็ส่งไปผลไม่รู้เป็นไงส่งไปก่อนไม่ได้ก็ขำๆตามเคยเพราะไอเจ้าการเรียนมันก็หนักหนาสากันอยู่เเล้ว
จริงๆอยากเขียนเล่าอะไรมากมายอีกเเต่ขี้เกียจเเล้ว เพราะในขณะนี้มีของเล่นมากมายในห้องจริงๆจะลำดับดูดีกว่า
- ตุ้กตาเคโรโระ ผ้าตัวใหญ่กว่า scale 1/1 ของ Bandai เเต่นอนกอดได้เเถมน่ารักชะมัด
- หูฟัง wireless ที่เวลาไม่ไวเลสเเล้วเสียงดีกว่าตอนไวเลส เลยเอามาใช้เเบบไม่ไวเลส เเล้วจะซื้อไวเลสไปทำไมวะ
- หนังสือรางวัลปลอบใจจากเพอร์เฟคการ์เด้นท์ รวมมูลค่า 2900 มีประโยชน์ต่อการทำงานมากซึ่งปกติผมไม่ซื้ออยุเเล้ว เพราะยืมห้องสมุดเอา
- เเกงค์ Keroro Mk2 ตอนนี้มี ทามามะ คูรุรุ เเละเจ้ากบเขียว
- MG Turn A ที่ยังไม่ยอมประกอบเพราะก่อนนอนจะเปิดฝากล่องมาดมก่อนเเล้วเข้านอนให้รู้ว่าของใหม่เเละได้มาถูก
- หนังโจวซิงฉืออีก 17 เรื่อง ซื้อมาเพราะมันถูก 35 บาท
- DVD Masked Rider Hibiki แผ่น 2 - 3
- เสื้อทีมลิเวอร์พูล ฤดูกาลนี้
- ติด UBC เพื่อดูบอล เพราะอยากดูปีที่หงส์จะได้เเชมป์เเบบทุกเเมทเเละตอนนี้ยังไม่ผิดหวังเพราะ ยังไม่เเพ้เลยเเถมวันนี้ถล่มดารืบี้ไป 6 ลูก
เฮ้อบวกๆกันเเล้วก็หลายตังมากจริงๆ ทำให้รู้สึกว่าอะไรคือ เกินความจำเป็น เเต่ก็ห้ามให้ตัวเองไม่ซื้อของเล่นไม่ได้เอาเป็นว่ารอวันที่ทำงานหาตังกินเองทุกอย่างคงดูดีกว่าที่ทำอยู่ตอนนี้ สาธุขออนาคจสดใสๆจะได้มีตังซื้อกันดั้ม MG ให้ครบ 5555 ช่วงนี้ขยันเรียนเป็นพิเศษเพราะพยามจะคิดเรื่องอนาคตไว้เยอะๆ
จบด้วยคอนเซ็ปว่าอยากจะเป็น เเลนสเคป โอตาคุ นักดนตรี เเละดีเจ ให้ได้ จ้าา
ปล. อัพเดทรูปเวอชั่นมีผมไว้เเล้ว หน้าเเปลกไปจากเดิมเเต่พุงยังเท่าเดิมนะ May 24 SUMMER ขออัพซักกะทีนะนานๆทีก็เลยเริ่มอยากจะอัพบล็อคของตนเองขึ้นมาหลังจากมิได้ไยดีกับมันเลย เเต่เนื่องจากท่านประธานดูเรนด้อล จากลิงค์ http://murasagi.spaces.live.com/ ให้เข้าไปชมการคิดเกมส์ของเเกเลยเห็นคนที่ตั้งใจเขียนบล็อคด้วยใจจริง ซึ่งตอนนี้รู้สึกเพื่อนๆจะไม่ค่อยหันมาเขียนบล็อคกันเเล้วเท่าไหร่ เพราะเบื่อ หรือเพราะกระผมเองมิได้สนใจไยดีนอกจากกันสรรหาโมเดลมาต่อหรือไม่ ก็นานเนาะตั้งเเต่ยังมิได้เป็นเจ้าของ macintosh เครื่องเล็กเครื่องนี้ ผมเองก็ยังไม่มีโอกาสได้อัพบล็อกซักกะที เอาล่ะมาอัพกันเลยดีก่า อัพทั้งทีก็ขอยาวๆประมาน 5 พันล้าน page เลยละกัน ไอบ้าาา เวอร์ไปละ เอาเป็นว่าตอนนี้ห้องพักของกระผมตอนนี้มีเเต่ของเล่นที่ห้อยโหนโจนทะยานอยุบนหัว เยอะเเยะไปหมดเดือนนี้ก็ได้มา 4 กล่อง ด้วยความโฉดชั่ว เลวทราม บัดซบ เหี้ย ชาติหมา อย่าให้กูพูดไทยได้นะไม่งั้นจะด่าตัวเองมากกว่านี้อีก เลยทำให้กะลังดิ้นรนหางานหาการทำ เหลียวไปมอง ไอต้นก็รับจ้างเขียน cad ไอนะก็รับทำที่ชาร์จรถบังคับ ไอลีไปทำงานที่สเวนเซ่น ไอนนไปฝึกงานสิงคโปร์ ไอคิไอตู้ ไอว่าว สอนน้องหารายได้เข้าตัวเยอะเเยะ เลยมีความคิดจะหาร้านอาหารเล่นดนตรีบ้าง ก็เลยชวนไอโอไปกัน 2 คนไปออดิชั่นหาเงินเผื่อว่าอะไรจะดีขึ้น ครั้งเเรกในชีวิตดูเหมือนเจ้าของจะชอบพวกเราเเต่เเกบอกว่าเด๋วจะโทรมาติดต่ออีกที ผมเองก็รออยู่ ตอนนี้ก็รออยู่ ไม่รู้เค้าจะเอาป่าว เเต่ก็ภาวนาให้รีบๆโทรมา ต่อกันด้วยเรื่องของกีฬา ไม่เอาเศร้าเกินกว่าจะพิมพ์ เเละจบด้วยคำนี้ดีก่า YOU NEVER WALK ALONE April 27 TESLAอัจฉริยะที่โลกลืม ในประวัติศาสตร์ของโลกอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงาน ไว้ประดับโลก หรือนักประดิษฐ์ ผู้ซึ่งคิดค้นสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ให้ประโยชน์แก่มนุษย์ในยุคต่อมาอย่างมหาศาล มักจะผ่านมรสุมชีวิตและประสบกับชะตากรรมต่างๆ นาๆ บางคนต้องฝ่าฟันอุปสรรคอยู่หลายสิบปีกว่าจะได้รับการยอมรับ บางคนแม้เสียชีวิตแล้วก็ยังไม่มีใครในโลกรู้จักเลยด้วยซ้ำ นิโคลา เทสลา นักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวโครเอเซียน ...คืออัจฉริยะอีกคนหนึ่งที่โลกลืม... ![]() นิโคลา เทสลา นักประดิษฐ์ชาวโครเอเซียน เดินทางมายังสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1884 โดยไม่มีเงินติดกระเป๋า แม้แต่สตางค์แดงเดียว จะมีก็เพียงมันสมองอันเฉลียวฉลาดเท่านั้น เขาค้นพบมอเตอร์เหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าที่ใช้งานได้เป็นครั้งแรกในปี 1888 เขาพยายามหาช่องทางขายสิทธิบัตรมอเตอร์ไฟฟ้า แต่ก็ถูกปฏิเสธจนต้องไปเป็นกรรมกรในนิวยอร์กอยู่หลายเดือน เทสลาต้องย่ำต๊อกอยู่เกือบ 10 ปี กว่าจะทำให้มอเตอร์เหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าได้รับการยอมรับ นักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่อย่าง นิโคลา เทสลา จึงถูกนำชื่อมาใช้เป็นหน่วยหลักของแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อเป็นเกียรติในเวลาต่อมา ![]() เขาคือใคร...มาจากไหน? นิโคลา เทสลา เกิดในหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อ สมิลจาน ในเมืองโครเอเทีย ประเทศออสเตรียฮังการี ( ปัจจุบันคือประเทศยูโกสลาเวีย ) ตอนเที่ยงคืนของวันที่ 9 ต่อกับวันที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ. 1856 และความบังเอิญอันแปลกประหลาดที่เขาตกฟากตอนเที่ยงคืนตรง ดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่น่าพิศวงของนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ มิลูติน พ่อของนิโคลาหวังจะให้เขาเป็นนักบวชเหมือนพ่อ แต่นิโคลากลับไปเหมือนดจูกา แม่ของเขามากกว่า ที่ชอบประดิษฐ์เครื่องทุ่นแรงต่าง ๆ ไว้ใช้เองในบ้าน ทั้ง ๆ ตัวนางเองเรียนหนังสือมาน้อย พลังจิต นิโคลาเกิดมาพร้อมกับสิ่งที่พิเศษหลายอย่าง นอกจากมันสมองอันเฉลียวฉลาดแล้ว เขายังมีพลังจิตอีกด้วย ตั้งแต่เด็ก นิโคลามักจะเห็นแสงไฟแวบเข้าตาตามด้วยภาพหลอน หลายครั้งที่เพียงเขาได้ยินใครพูดถึงชื่อสิ่งของ เขาก็เกิดภาพรายละเอียดของสิ่งของชิ้นนั้น ๆ ขึ้นในใจ สิ่งนี้สร้างความรำคาญใจให้กับเขาเป็นอย่างมาก ซึ่งอาการประหลาดนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่เราเรียกกันว่า " พลังจิต " ก็ได้ ![]() จุดเริ่มต้นของนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ นิโคลาฉายแววของนักประดิษฐ์ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก สิ่งประดิษฐ์ชิ้นแรกของเขาคือเครื่องมือจับกบที่ทำมาจากเชือกกับตะขอ ซึ่งใช้ได้ผลดีมากจนถึงขนาดว่าแทบจะไม่มีกบเหลืออยู่ ในหมู่บ้านที่เขาอาศัยอยู่เลย นอกจากนี้เขายังได้สร้างระหัดวิดน้ำชนิดที่ไม่มีใบพัด และเจ้าสิ่งนี้เอง ที่เป็นแรงจูงใจให้เขาสร้างเครื่องกังกันน้ำที่ไม่มีใบพัดในเวลาต่อมา เด็กชายนิโคลายังได้สร้างสิ่งประดิษฐ์ที่ใช้พลังงานจากธรรมชาติ อีกอย่างหนึ่งจาก แมลงจูน ( June Bugs ) เขาจับเอาแมลงจูนเป็น ๆ 16 ตัวมาติดกาวลงบนใบพัดกังหันอันเล็ก ๆ แมลงจูนจะกระพือปีกเพื่อพยายามบินหนี ทำให้กังหันนั้นหมุนได้เอง อยู่มาวันหนึ่งมีเด็กคนหนึ่งมาที่บ้านนิโคลา ทันทีที่เจ้าเด็กเกเรคนนั้นเห็นมอเตอร์พลังแมลงจูนของนิโคลา เขาก็จับเอาแมลงจูนเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย ตั้งแต่นิโคลาได้เห็นภาพอันน่าสยดสยองต่อหน้าต่อตาเขาในครั้งนั้น ทำให้นิโคลาไม่ยอมแตะต้องแมลงใด ๆ อีกเลย โรคประหลาด...ต้นกำเนิดของสิ่งประดิษฐ์อันลือลั่น ครั้งหนึ่ง นิโคลา ล้มป่วยเป็นโรคประหลาด ที่หาสาเหตุและเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ ประสาทรับรู้ต่าง ๆ ของเขาไวต่อสิ่งเร้ามากกว่าปกติ เพียงแค่ได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดินก็ทำให้เขาทรมานเป็นอย่างมาก เขาต้องนำเอาแผ่นยางมาวางรองไว้ที่ขาเตียงเพื่อลดแรงสั่นสะเทือน ที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของสิ่งต่าง ๆ สำหรับคนทั่วๆ ไปแรงสั่นสะเทือนนั้นอาจจะธรรมดา แต่สำหรับนิโคลามันเหมือนกับแผ่นดินไหว การได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงจ้า นอกจากจะทำให้เขาปวดตาแล้ว มันยังเผาผิวหนังของเขาจนเป็นแผลผุพอง หลังจากที่อาการประหลาดทุเลาลง นิโคลาก็เกิดนิมิตรู้แจ้ง ถึงกรรมวิธีสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับอันโด่งดัง ![]() จอมเพี้ยน อาการประหลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับนิโคลา ทำให้เขากลัวการสัมผัสกับบุคคลอื่นทางร่างกาย เขาปฏิเสธที่จะความสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามและไม่ยอมแตะเนื้อต้องตัวใคร เขาหลีกเลี่ยงที่จะจับมือกับใครๆ โดยโกหกว่ามือของเขาได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในห้องทดลอง พฤติกรรมเพี้ยน ๆ อีกเรื่องของนิโคลาก็คือ เขามักจะทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันซ้ำ ๆ หลายครั้ง จนกว่าจำนวนครั้งที่ทำจะหารด้วย 3 ได้ลงตัว ถ้าไม่ลงตัวเขาจะทำใหม่จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ เช่น การนับก้าวเดิน จำนวนครั้งที่นิโคลาชอบเป็นพิเศษคือ 27 เพราะว่ามันเท่ากับ 3 ยกกำลัง 3 ( 3x3x3 ) นอกจากนั้นเขายังกำหนดกะเกณฑ์ปริมาณอาหารที่เขากินในแต่ละมื้อ ด้วยการนำเอาไม้บรรทัดมาวัดดูว่า ภาชนะที่ใช้บรรจุอาหารของเขานั้นมีปริมาตร ความจุเท่าใด แต่ในช่วงที่เขาติดงานสำคัญ ๆ เขามักจะทำแต่งานจนลืมกินลืมนอน มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ร่างกายเขาอ่อนเพลียอย่างหนัก จนเขาจำไม่ได้แม้กระทั่งว่าตัวเองเป็นใคร บั้นปลาย นิโคลาเสียชีวิตอย่างอนาถาที่โรงแรมโทรม ๆ ในนครนิวยอร์ค เมื่อวันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 1943 ตลอดชีวิตเขาถูกคนในวงการวิทยาศาสตร์ดูถูกในความคิดที่ดูเพี้ยน ๆ ขณะที่ประชาชนทั่วไปแทบจะไม่มีใครรู้จักเขาเลย ซ้ำร้ายกว่านั้น ชื่อและสิ่งประดิษฐ์ของเขาถูกนำมาแต่งเป็นผู้ร้ายในการ์ตูนยอดฮิต ซูเปอร์แมน ( Superman ) มีอยู่ตอนหนึ่งของการ์ตูนเรื่องนี้ ที่เขียนขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1940 ซูเปอร์แมนต้องต่อสู้กับนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องชื่อ " เทสลา " ที่พยายามทำลายล้างโลกด้วยอาวุธลำแสงมหาประลัย ( Death Ray ) หลังจากที่นิโคลาเสียชีวิต เอฟบีไอ ( FBI ) ได้สั่งการให้สำนักงานทรัพย์สินคนต่างชาติ ( The Office of Alien Property ) เข้ายึดทรัพย์สินทุกชิ้นของนิโคลา ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากนิโคลาได้รับสัญชาติเป็นคนอเมริกันตั้งแต่ปี ค.ศ. 1891 แต่จุดประสงค์ที่ทำเช่นนั้นก็เพื่อค้นหาข้อมูลสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ที่นิโคลาเคยคิดค้นนั่นเอง... ที่มา http://www.palungjit.com/board/showthread.php?p=63784 ![]() อาวุธลำแสงมหาประลัย นิโคลา เทสลา นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง พยายามที่จะทำโลกทั้งใบให้เป็นสื่อนำไฟฟ้า เพื่อให้สามารถส่งกระแสไฟฟ้าไปให้คนทุกคนในโลก ได้ใช้กระแสไฟฟ้าอย่างเสรี นอกเหนือไปจากสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติแล้ว เทสลายังได้สร้างเครื่องมือประหลาด ๆ อีกหลายอย่างซึ่งก็รวมถึงอาวุธสงครามด้วย ครั้งหนึ่งเขาเคยกล่าวว่า เขาสามารถสร้างเครื่องมือที่มีอานุภาพร้ายแรง ขนาดแยกโลกของเราให้แตกออกเป็นสองส่วนได้ สิ่งประดิษฐ์ชิ้นหนึ่งของเขาที่ถูกปิดเป็นความลับมานานเกือบร้อยปี นั่นก็คือ " อาวุธลำแสงมหาประลัย " ![]() ใครอยากอ่านเรื่องลำแสงมหาประลัยต่อ ตามไปที่นี่ได้เลย http://board.dserver.org ![]() คู่ปรับทางความคิด นิโคลา เทสลา และโทมัส อัลวา เอดิสัน สองผู้ยิ่งใหญ่ที่ยืนอยู่คนละขั้ว นิโคลา เทสลา เจ้าของแนวความคิดเรื่องไฟฟ้ากระแสสลับ (อัลเทอร์เน็ต เคอเรนต์-เอซี) ซึ่งสามารถให้พลังไฟฟ้า ในขอบเขตที่กว้างขวางกว่าไฟฟ้ากระแสตรง (ไดเร็กต์ เคอร์เรนต์-ดีซี) ซึ่งเป็นแนวคิดของ เอดิสัน เทสลา ได้ประดิษฐ์ไดนาโม และเจเนอเรเตอร์ ขึ้น เพื่อผลิตไฟฟ้ากระแสสลับ จากนั้นขายให้กับบริษัทเวสติ้งเฮาส์ ในเวลาต่อมา โธมัส แอลวา เอดิสัน ผู้ได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่จากการประดิษฐ์หลอดไฟ แต่ยังมีสิ่งประดิษฐ์ของเอดิสันที่ไม่ค่อยมีใครรู้ ก็คือเก้าอี้ไฟฟ้าที่ใช้ประหารนักโทษ ซึ่งเขาคิดค้นขึ้นเพียงเพื่อแสดงให้เห็นอันตรายของการใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ ที่บริษัทเวสติ้งเฮ้าส์ คู่แข่งสำคัญ ของเอดิสันใช้อยู่ในขณะนั้นเท่านั้น เหตุผลง่ายๆ ประการเดียวคือ เอดิสัน ไม่สามารถเข้าใจการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ ตามที่เทสลาอธิบายได้ นี่เป็นการประกาศว่าเอดิสันไม่ยอมรับสิ่งประดิษฐ์อันนี้ของเทสลานั่นเอง ![]() ภาพจาก http://www.classictesla.com http://www.artvrbaski.com/toc.htm http://www.bielek-debunked.com/ Scientist%20issue.html เรื่องจาก http://www.palungjit.com/board/showthread.php?p=63784 http://board.dserver.org http://rdd.mcot.net/np/np_toy/42/for/for_16.htm ![]() March 26 10 ต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
February 06 OTAKU ~{G}~ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการว่าตอนนี้ ผมเป็น OTAKU ไปโดยปริยายเเล้ว จากการลงมติของสมาคมโอตาคุสตูA11นะครับ ในบทบัญญัติของไอต้นที่ว่าผู้ที่ครอบครองโมเดลมากกว่า5ตัวในชายคาของตัวเอง วันนี้พอดีไม่มีอารมณ์ทำเเบบในยามวิกาลซักเท่าไหร่เลยขอมาเขียนบล็อคเเก้เซ็ง ก็ไปเจอหัวข้อในบอร์ดสนทนาของ modxtoy อีกตามเคยนะครับอ่านเเล้วก็คิดถึงคุณตู้ไม้ได้เพราะเป็นเรื่องของ GUNPLA สำหรับมือสมัครเล่น OTAKU บางคนยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไรวันนี้ก็เลยมีตำนานของ GUNPLAมาให้ได้รับเกร็ดความรู้นี้กันนะครับ
THE LEGEND OF GUNPLA
นับเป็นเวลามากกว่า 25 ปีแล้วที่สินค้าของเล่นพลาสติกโมเดล (พลาโม) ที่ถูกเรียกว่า “GUNPLA” (กันพลา) ได้ออกวางจำหน่ายโดย บันได (BANDAI) บริษัทของเล่นอันดับ 1 ในญี่ปุ่น และของเล่นดังกล่าวก็ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด นับจากรุ่นลูกสู่รุ่นพ่อ ความนิยมนั้นก็ไม่เคยลดลงแม้แต่น้อย มีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกวันๆ อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้ของเล่นซีรีส์นี้ได้รับความนิยมกันนะ?
ว่ากันว่าประวัติศาสตร์ของพลาสติกโมเดลนั้นเริ่มต้นขึ้นบริษัท Frog ในประเทศอังกฤษได้ออกวางจำหน่ายพลาโมซีรีส์ “เพนกวิน” ขนาด 1/72 ในปี 1936 จากนั้นเมื่อเช้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เริ่มมีการขยายตัวเข้าไปในประเทศอเมริกา และญี่ปุ่น ด้วยความที่อยู่ในสภาวะสงครามทำให้ช่วงแรกของเล่นจำลองแบบพวกนี้จึงได้ต้นแบบมาจากของเครื่องบิน,เรือรบ และรถถัง จนเมื่อสภาวะสงครามสงบลง การแข่งขันรถเป็นที่ได้รับความนิยมอย่างสูง พลาโมที่จำลองแบบมาจากรถแข่งทั้งหลายจึงได้รับความนิยมตามไปด้วยเช่นกัน และ BANDAI เองก็เป็นบริษัทที่เกิดจากการผลิตพลาโมรถแข่งแบบนี้ด้วยเช่นกัน สำหรับวงการพลาสติกโมเดลในญี่ปุ่นนั้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อทางบริษัท MARUSAN เริ่มวางจำหน่ายพลาสติกโมเดลชุดจำลองเรือดำน้ำขนาด “1/300 SSN-571 NAUTILUS” ในเดือนธ.ค. ปี 1958 ซึ่งตอนนั้นทาง MARUSAN เป็นสปอนเซอร์ให้กับเรื่อง “Riku to Umi to Sora to” (ผืนดิน ผืนน้ำและแผ่นฟ้า) ทำให้พลาสติกโมเดลเริ่มได้รับความนิยมจนกลายเป็นงานอดิเรกแบบใหม่ ส่วนพลาสติกโมเดลที่จำลองแบบมาจากสินค้าคาแรเตอร์ตัวแรกนั้นแน่นอนว่าจะต้องเริ่มต้นมาจากพลาโมซูปเปอร์โรบ็อตตัวแรกอย่าง “Tetsujin 28 Go” ( หุ่นเหล็กหมายเลข 28 ) ของบริษัท IMAI (ปัจจุบันถูกบริษัท Aoshima ซื้อกิจการไปแล้ว) และหลังจากการวางจำหน่ายก็ทำให้สินค้าพลาโมที่มาจากคาแรคเตอร์ที่ออกฉายทางทีวีตามออกมาอีกนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น “เจ้าหนูอะตอม” ,”ธันเดอร์เบิร์ด” ฯลฯ ปี 1969 นี่เองที่แม้ว่าจะเกิดกระแสพลาโมบูมก็ตามทีแต่บริษัท IMAI นั้นกลับเกิดปัญหาในการจัดการภายในจนไม่สามารถผลิตสินค้าได้ทันตามความต้องการ จึงได้ว่าจ้างให้โรงงานของ BANDAI ซึ่งก่อตั้งในปี 1967 ที่ชิซุโอกะ เป็นผู้รับผิดชอบในการผลิตสินค้ารีโปรดักส์ให้ ซึ่งเดิมทีแล้วทาง BANDAI ไม่ได้เคยมีความสนใจในโมเดลจากคาแรคเตอร์เลยแม้แต่น้อย จนเมื่อทาง IMAI ได้มาว่าจ้างให้ทำการผลิต BANDAI จึงได้โอกาสทำการศึกษาตลาดพร้อมกับพัฒนาสินค้าของตัวเอง จนในปี 1970 จึงได้มีโอกาสแปะชื่อ BANDAI ไปกับสินค้าของทาง IMAI ซึ่งตอนนั้นขายสินค้าพลาโมจากชุด “Thunderbird” ได้ถล่มทลาย ส่งผลให้ผลประกอบการของ BANDAI ดีขึ้นมากจนถึงขนาดในปี 1971 นั้นสามารถจดทะเบียนกลายเป็นรูปแบบบริษัทจำกัดได้เลยทันทีซึ่งหลังจากบริษัทกลายเป็นรูปเป็นร่าง BANDAI ก็เร่งผลิตสินค้าพลาโมจากคาแรคเตอร์ออกมาอีกมากมายจนขายดีเป็นเทน้ำเทท่า โดยเฉพาะกับสินค้าชุด Thunderbird และ Masked Rider ที่เปิดตัวในช่วงนั้นพอดี จนในปี 1977 กระแสความนิยมในเรื่อง “เรือรบอวกาศยามาโตะ” ฮิตถล่มทลายมากในญี่ปุ่น จนทำให้มีการผลิตพลาโมในซีรีส์ “Mechanic Collection” ออกมาเพื่อตอบสนองแฟนๆที่ต้องการพลาโมที่มีรายละเอียดมากยิ่งกว่าชุด “Image Model” ที่ออกมาก่อนหน้านี้ จนในเดือนก.พ.ปี 1980 หลังจากอนิเมชั่นตอนที่ 42 ของ “Mobile Suit Gundam” ฉายจบลงทาง BANDAI ก็ประกาศที่จะนำคาแรคเตอร์หุ่นยนต์ในอนิเมชั่นดังกล่าวมาผลิตเป็นของเล่นในซีรีส์ Mechanic Collection เช่นกันและที่พิเศษยิ่งกว่านั้นก็คือจะเป็นพลาโมจากหุ่นยนต์เรื่องแรกที่มีการคำนึงถึงเรื่อง “สเกล” ด้วย หลังจากที่ผ่านมานั้นของเล่นพลาโมที่ถอดแบบมาจากอนิเมชั่นนั้นจะออกมาในรูปแบบ NON-SCALE ทั้งหมด (ไม่สามารถวัดค่าความสูงได้จริง) ในเดือนก.ค.ปีเดียวกันนั้นเองสินค้า Mechanic Collection อันดับที่ 4 ขนาดสเกล 1/144 ของ RX-78 GUNDAM ก็ออกวางจำหน่าย และในเดือนเดียวกันนั้นเองเพื่อเป็นการเปิดทางสู่ของเล่นซีรีส์ใหม่ ทาง BANDAI ก็ได้ออกวางจำหน่ายพลาโมของกันดั้มที่เรียกได้ว่าเป็น “กันพลา” ตัวแรกของโลกด้วยสเกลขนาด 1/100 ที่ใหญ่และสวยยิ่งกว่าเดิม และสเกล 1/100 ก็ยังกลายเป็นสเกลมาตรฐานต้นแบบให้กับการออกหุ่นในซีรีส์อื่นๆ เช่น Xabungle และ Godzigma อีกด้วย ส่วนข้อเท็จจริงในการที่ต้องออกเป็นสเกล 1/100 นั้นก็เพราะทาง BANDAI มีคอนเซปท์ว่าต้องการให้กันพลาชุดดังกล่าวนั้นสามารถแยกชิ้นส่วนคอร์ ไฟเตอร์ รวมถึงสามารถเล่นประกอบร่างได้จริงนั่นเอง ในปี 1981 เมื่อมีการนำเอากันดั้มกลับมาตัดต่อใหม่เป็นรูปแบบภาพยนตร์จอเงิน กระแสความนิยมในกันพลาก็ยิ่งได้รับความนิยมมากกว่าเดิม จนเมื่อทางสนพ.โคดันฉะ ลงตีพิมพ์การ์ตูนเรื่อง “พลาโมเคียวชิโร่” ในนิตยสาร BON BON ซึ่งเป็นเรื่องราวของเหล่าเด็กหนุ่มที่ชื่นชอบในกันพลา ก็ทำให้เกิดเหล่าโมเดลเลอร์ซึ่งนิยมนำเอากันพลามาตกแต่งตามจินตนาการของตัวเองมากยิ่งขึ้น ปี 1983 เมื่อไม่มีทั้งภาพยนตร์และการ์ตูนเกี่ยวกับกันดั้มออกมา แถมรวมทั้งโมบิลสูทและโมบิลอาร์เมอร์ที่ปรากฏตัวออกมาก็มีรวมกันเพียงแค่ 23 แบบเท่านั้น ความคิดที่ว่า “กันดั้มไม่จำเป็นต้องมาจากอนิเมชั่นหรือการ์ตูนเสมอไป” ก็อุบัติขึ้นกลายเป็น “MSV (Mobile Suit Variation)” กันพลาที่เกิดขึ้นจากการแต่งเสริมเรื่องราวที่ขาดหายไป หรือไม่ได้พูดถึงในภาคทีวี โดยสินค้า 4 ชุดแรกอันได้แก่ EMS-05 Agg,MSM-04G Juagg,MSM-04N Agguguy,MSM-08 Zogok ที่แต่งเสริมเรื่องราวมาจากตอนที่พวกกองทัพซีออนบุกฐานจาโบรของกองทัพโลก ก็ออกวางจำหน่าย พร้อมกับมีการลงเรื่องราวในหนังสือ Bon Bon เพื่อให้คนเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น รวมถึงมีการออกชิ้นส่วนเสริม เช่น อาวุธ เพื่อใช้เล่นกับกันพลาชุดที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ด้วย แน่นอนว่าสินค้าชุด MSV นี้ประสบความสำเร็จมาก และว่ากันว่าสินค้าที่ถือว่าเป็นสุดยอดที่สุดในชุด MSV นั้นก็คือ 1/100 Perfect Gundam ซึ่งเป็นกันพลาที่ตัวเอกในเรื่อพลาโมเคียวชิโร่ใช้นั่นเอง ปี 1985 ถือได้ว่าเป็นปีของการร่วมมือกันระหว่าง BANDAI ที่เป็นสปอนเซอร์หลักและ SUNRISE สตูดิโอผู้ผลิตอนิเมชั่นชุดนี้อย่างแท้จริง เมื่อ “MOBILE SUIT Z GUNDAM” ออกฉายในเดือนมี.ค. ทาง BANDAI ก็ไม่รอช้าในเดือนเม.ย. ก็ออกวางจำหน่ายพลาโมขนาด 1/144 ของ RX-178 GUNDAM Mk-II และ Hi-Zack ซึ่งเป็นโมบิลสูทที่ปรากฏตัวในช่วงต้นเรื่องทันที ซึ่งรูปแบบการวางจำหน่ายพลาโมเมื่อมีโมบิลสูทปรากฏตัวในทีวีแบบนี้ก็ยังถูกนำมาใช้จนถึงปัจจุบัน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะหาซื้อพลาโมของโมบิลสูทตัวที่ชอบได้ทันทีที่มันปรากฏตัวบนจอโทรทัศน์ ดังที่คุณเห็นอยู่ทุกวันนี้ ในปี 1985 แม้ว่า BANDAI จะเติบโตขึ้นจากการขายพลาโมของกันดั้มแล้วก็ตาม แต่ว่าบริษัทคู่แข่งอย่าง TAKARA (ปัจจุบันคือ TAKARA TOMY) ซึ่งยังมีสิทธิในการผลิตสินค้าจากอนิเมชั่นของสตูดิโอ SUNRISE ก็ได้เปิดตัวสินค้าใหม่อย่าง ChoroQ Dagram ซึ่งเป็นมาสคอทขนาดย่อส่วนจากอนิเมชั่นเรื่อง “Taiyo no Kiba Dagram” จากการเห็นสินค้านี้เองทำให้ทาง BANDAI เองก็สนใจที่จะนำเอาคาแรคเตอร์กันดั้มของตัวเองมาย่อส่วนลงเพื่อออกวางจำหน่ายบ้าง ทำให้เกิดกลายมาเป็น Super Deformation Gundam หรือ SD Gundam อยู่ทุกวันนี้ แต่อย่างไรก็ดีสินค้าที่ออกเกี่ยวกับ SD Gundam อันแรกนั้นไม่ใช่กันพลา แต่ว่าเป็นกาชาปอง (ของเล่นไข่หมุน) ชุด SD Gundam World ซึ่งภายหลังก็มีการนำเอาไปทำเป็นเกมบนเครื่องแฟมิคอมอีกด้วย เรื่องราวของ SD Gundam ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้นเมื่อได้มีการนำเอา “Musha Gundam” ซึ่งเป็นซามูไรกันดั้มที่เคียวชิโร่ ตัวเอกจากเรื่องพลาโมเคียวชิโร่ใช้ในการ์ตูนมาทำเนื้อเรื่องแยกเป็นเอกเทศของตัวเอง และเขียนเป็นการ์ตูนลงตีพิมพ์ในนิตยสาร BON BON ของสนพ.โคดันฉะ จนทำให้ในเดือนธ.ค. ของปี 1988 พลาโมของ SD Gundam ตัวแรกก็ได้ออกวางจำหน่ายซึ่งแน่นอนว่าก็ต้องเป็น Musha Gundam นั่นเอง โดยพลาโมดังกล่าวนั้นใช้ชื่อสินค้าว่า “BB Senshi” ซึ่ง BB นั้นเป็นคำที่ได้มาจากกระสุน BB ของปืนอัดลมนั่นเอง ย้อนกลับไปในปี 1987 หลังจากการฉายจบลงของ “Mobile Suit Gundam ZZ” ซึ่งได้รับความนิยมน้อยกว่า Z Gundam ประกอบกับทางโทรทัศน์ก็เต็มไปด้วยอนิเมหนังหุ่นยนต์มากมาย จนหลายคนคิดว่ายุคกันพลาบูมนั้นน่าจะจบลงซะแล้ว นิตยสาร Model Graphix รายเดือน ก็ได้เปิดตัวนิยายชุด “Gundam Sentinel” ด้วยเนื้อเรื่องอันสุดยอดของคุณมาซายะ ทาคาฮาชิ ที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของซีรีส์กันดั้ม ประกอบกับผลงานแมคคานิคดีไซน์ที่เปลี่ยนโลกของกันดั้มให้สมจริงมากยิ่งขึ้น ของคุณคาโตกิ ฮาจิเมะ ก็ทำให้ซีรีส์นี้ฮิตระเบิดจนทาง BANDAI ต้องออกของเล่นอย่าง 1/144 Full Armor ZZ Gundam ตามออกมาในแทบจะทันที ซึ่งความดังของเรื่องนี้อาจจะทำให้หลายคนจำได้มากกว่าที่จะจำได้ว่าสถานการณ์ในนิยายของเรื่องนี้ดำเนินเรื่องอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันกับ Gundam ZZ ซึ่งไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จเท่าไหร่ซะด้วยซ้ำ 1989 วงการอนิเมชั่นเริ่มเข้าสู่ยุครุ่งเรืองเมื่อมี OVA (Original Video Animation) กำเนิดขึ้นมา เหล่า ครีเอเตอร์หน้าใหม่กำเนิดขึ้นมากมายพร้อมกับงานที่หลากหลาย แต่ในยุคนี้อนิเมหุ่นยนต์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดไม่ใช่กันดั้ม แต่ว่าเป็น “Mobile Police Patlabor” ซึ่งมีทั้งฉบับการ์ตูน อนิเมทีวีซีรีส์ OVA รวมถึงหนังโรง ดังนั้นเพื่อให้เข้ากระแสและสานต่อชื่อของกันดั้มจึงได้มีการตกลงที่จะทำ OVA ชุด “Mobile Suit Gundam : War in the Pocket” ขึ้นมาเพื่อสนองแฟนๆ ของภาคก่อนๆ เพราะเป็นการหยิบเอาเรื่องราวจากภาคแรกสุดมาทำเป็นไซด์สตอรี่ โดยเพิ่มโมบิลสูทอย่าง Gundam NT-1 Alex และ Kampfer เข้าไปใหม่ ในขณะที่โมบิลสูทตัวอื่นก็ถูกนำกลับมาจับปัดฝุ่นออกแบบใหม่โดยคุณยูทากะ อิซูบุจิ ซึ่งเป็นผู้ออกแบบแมคคานิคดีไซน์ให้กับแพทเลเบอร์นั่นเอง แน่นอนว่าทาง BANDAI ก็ทยอยออกสินค้าจาก OVA ชุดนี้ออกมาเรื่อยๆ ตามสูตร แต่อย่างไรก็ดีสำหรับในแง่ของพลาโมแล้ว ส่วนที่น่าพูดถึงก็คือเรื่องเทคนิคในการประกอบที่เข้ามาใหม่อย่าง “Poly Joint” ซึ่งทำให้แม้แต่กันพลาสเกล 1/144 อย่าง NT-Alex นั้นสวมชุดเกราะโจบามอาร์เมอร์ถอดเข้าถอดออกได้อย่างสมบูรณ์และก็ยังคงใช้มาเรื่อยจนถึงทุกวันนี้ ในปี 1990 เพื่อฉลองครบรอบการวางจำหน่ายมาอย่างยาวนานถึง 10 ปีของกันพลา BANDAI จึงได้มีความคิดที่จะปรับปรุงรูปแบบการผลิตของกันพลาขึ้นมาใหม่ ด้วยความรู้และความสามารถที่มากกว่าเมื่อ 10 ปีก่อน รวมถึงมีการพัฒนาเทคนิคในการประกอบ และการขึ้นแบบที่ทำให้กันพลานั้นดูดียิ่งกว่าเดิมมาก ทาง BANDAI จึงได้เลือกที่จะนำเอากันพลาชุดของ Mobile Suit Gundam และ Mobile Suit Z Gundam มาทำการรีเมคออกใหม่ในซีรีส์ HG (High Grade) ในขนาดสเกล 1/144 และแน่นอนว่าสินค้าที่ออกมาตัวแรกก็ยังคงเป็น RX-78 Gundam โมบิลสูทตัวแรกที่เคยออกวางจำหน่ายเมื่อ 10 ปีก่อน จากนั้นก็ตามด้วยการออกสินค้ากันดั้มภาคอื่นๆ ทยอยตามออกมา ซึ่งปัจจุบันกันพลาซีรีส์ HG นั้นก็ยังคงออกวางจำหน่ายในตลาดอย่างต่อเนื่องทุกเดือน กลายเป็นแบรนด์สินค้ากันพลารูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมักจะออกสินค้าอ้างอิงกับอนิเมชั่นที่ออกฉายในช่วงนั้นๆ เป็นประจำ และราคาก็อยู่ในระดับปานกลางพอที่คนที่มีเงินปานกลางจะซื้อได้นั่นเอง ปี 1991 แนวทางในการทำซีรีส์กันดั้มยุคใหม่ ก็ถูกเปิดขึ้นอย่างแท้จริง เมื่อทาง BANDAI ตัดสินใจที่จะเปิดตัวซีรีส์กันดั้มถึง 2 เรื่องควบคู่กัน โดยมีทั้งภาพยนตร์จอเงินอย่าง “Mobile Suit Gundam F91” และ OVA ชุด “Mobile Suit Gundam 0083 Star Dust Memory” ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการฉาย Gundam F91 ผลงานฉบับนิยายและการ์ตูนของ “Mobile Suit Gundam F90” ก็ดำเนินหน้าไปก่อนแล้ว และเป็นซีรีส์ของ F90 นี่เองที่เป็นต้นแบบคอนเซปท์ของกันดั้มในปัจจุบันที่สามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ เนื่องจากแต่ดั้งเดิมนั้นหุ่นยนต์ในซีรีส์นี้จะถูกเรียกรวมว่า “Formula Project” ซึ่งเน้นการออกแบบหุ่นน้ำหนักเบาที่สามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนเพื่อใช้ตามแต่ละสถานการณ์ได้ และในตัวต้นฉบับของ F90 เองก็มีชิ้นส่วนให้เลือกเปลี่ยนได้มากถึง 26 แบบตามตัวอักษรภาษาอังกฤษไล่ไปจาก A-Z นั่นเอง แต่ทาง BANDAI เองก็ไม่เคยออกกันพลาชิ้นส่วนเสริมของ F90 ได้ครบ มีเพียงแค่ 6 แบบเท่านั้นที่ออกมาวางจำหน่ายจริง นอกจากนี้แล้วในปีนี้ก็ยังมีการออกสินค้าชุดสเกล 1/60 ของ Gundam F91 หลังจากที่ไม่เคยออกวางจำหน่ายกันพลาในสเกลนี้มานานถึง 6 ปีแล้วด้วย ปี 1993 หลังจากจบการทำตลาดของ MSV ชุด Gundam F91 ในปี 1992 ไปแล้ว BANDAI ก็เริ่มผลงานอนิเมชั่นทีวีซีรีส์ของกันดั้มใหม่หลังจากไม่เคยฉายมานานถึง 7 ปีด้วย “Mobile Suit V gundam” ในส่วนของกันพลานั้น สินค้าชุด 1/144 Victory Gundam ที่ออกวางจำหน่ายในเดือนพ.ค.นั้นก็เป็นกันพลาตัวแรกในสเกล 1/144 ที่มีการใส่ “V Frame” ซึ่งเป็นแกนกลางที่ทำหน้าที่แทน Poly Joint ทำให้ตัวกันพลานั้นสามารถโพสท่าได้หลากหลายมากขึ้น และเนื่องจากการที่ V Gundam นั้นเป็นหุ่นที่สามารถแยกร่างได้ทำให้ความสามารถในการแยกร่างนั้นจะมีอยู่เฉพาะในกันพลาสเกล 1/100 ซึ่งออกเป็นสินค้าแบบ HG เท่านั้น ปี 1994 เพื่อเป็นการฉลองโปรเจคครบรอบ 15 ปีของอนิเมชั่นกันดั้ม ทางซันไรซ์จึงได้ไปจ้างให้ผู้กำกับคุณอิมากาว่า ยาซึฮิโร่ ซึ่งตอนนั้นโด่งดังจากการกำกับ OVA ชุด Giant Robo และทีวีซีรีส์ชุด “Mister Ajiko” มาเป็นผู้สร้างสรรค์เรื่องราวใหม่ของกันดั้ม ซึ่งคุณอิมากาว่ามองเห็นว่าเรื่องราวแนวทหารในโลกของกันดั้มเดิมนั้นหนักเกินไป เขาจึงคิดจะเปลี่ยนให้เรื่องการต่อสู้กันของกันดั้มเป็นเหมือนเกมซึ่งวัยรุ่นสมัยนั้นชอบมากกว่า ผลที่ได้ก็คือ “Mobile Fighter G Gundam” กันดั้มที่แหวกแนวมากที่สุดจากทุกซีรีส์ ทั้งเนื้อหาและการดีไซน์ที่เปลี่ยนให้กันดั้มเป็นเหมือนนักสู้ตัวแทนแต่ละประเทศมาต่อสู้กัน แทนที่จะเป็นเรื่องของกองทัพต่อกองทัพแทน ในแง่ของการผลิตพลาโมก็มีการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน เนื่องจากว่ากันพลาในชุดของ G Gundam นี้ต้องอาศัยการโพสท่าที่มากกว่าเดิม ทำให้ระบบ V Frame ที่เคยใช้ใน V Gundam ต้องยกเลิกเปลี่ยนเป็นแบบ Polycap แทน ซึ่งมาตรฐานการใช้การเชื่อมต่อแบบ Polycap นี้จะถูกใช้ไปจนถึง Gundam Wing และ Gundam X เลยทีเดียว อีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจก็คือเรื่องของการออกชุด Grade Up Set ซึ่งเป็นชิ้นส่วนเสริมสำหรับเปลี่ยนให้กันพลาสเกล 1/144 ของ G Gundam สามารถแสดงท่าไม้ตายออกมาได้นั่นเอง นอกจากนี้ผลงานพลาโมสเกล 1/100 แบบ HG ของชุด G Gundam นี้ก็มีรายละเอียดรวมถึงลูกเล่นมากพอที่จะเรียกได้ว่าใกล้เคียงกับชุด MG ที่จะเปิดตัวในปีถัดไปเลยทีเดียว ปี 1995 หลังจากการกลับมาฉายทางจอทีวีของ V Gundam และมีฉายมาอย่างต่อเนื่องทำให้กระแสของกันพลากลับมาอีกครั้งในหมู่เด็กๆ โดยเฉพาะกับการฉายของ “New Mobile Report Gundam Wing” ซึ่งนำเนื้อเรื่องเกี่ยวกับแนวกองทัพกลับมาใช้อีกครั้ง แต่คราวนี้เพิ่มเติมความเป็นไอด้อลเข้าไปด้วยการกำหนดให้ตัวเอกที่ขับกันดั้มมีมากถึง 5 คน ทำให้ไม่แปลกที่คนจะเลือกซื้อกันดั้มทีละหลายๆ ตัว แทนที่จะต้องซื้อเพียงแค่ตัวเอกตัวเดียวเหมือนเมื่อก่อน แต่สำหรับนักเล่นมืออาชีพแล้วก็ไม่รู้สึกพอใจกับสินค้าที่เป็นอยู่ในตอนนี้มากนัก แถมกระแสของการเล่นโมเดลนั้นก็หันเหไปทางงานแบบการาจคิท (Garage Kit) เพิ่มขึ้นด้วย BANDAI จึงได้จับมือร่วมกับทางนิตยสาร Hobby Japan เพื่อช่วยในเรื่องการออกแบบสินค้าตัวใหม่ซึ่งมีสัดส่วนที่สมจริงและถูกใจคนเล่นโมเดลยิ่งกว่าเดิม จนในงาน JAF CONIII ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนก.ค. ก็ได้มีการประกาศเปิดตัวกันพลาซีรีส์ใหม่ที่ถูกเรียกว่า MG (Master Grade) ขึ้นเพื่อฉลองการครบรอบ 15 ปีของการวางจำหน่ายกันพลา ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าด้วยการออกแบบต้นแบบของกันพลาด้วย 3DCAD ทำให้กันพลาซีรีส์ MG ออกมาสวยงามและทำให้นักเล่นซึ่งมีอายุและเติบโตมากับการซื้อกันพลาในสมัยก่อนเปลี่ยนมาเล่นกันพลาซีรีส์นี้แทบจะทันที ปี 1996 อาจจะเป็นปีที่แฟนๆ ซีรีส์กันดั้มยุคใหม่อาจจะไม่อยากจำกันมากนักเนื่องจากการที่ “After War Gundam X” ซึ่งออกฉายในปีนี้ไม่ค่อยประสบความสำเร็จซักเท่าไหร่ แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบกันดั้มภาคเก่านั้น OVA ชุด “Mobile Suit Gundam MS08th team” ก็ถือได้ว่าประสบความสำเร็จมากทีเดียว ส่วนในแง่ของ พลาโมนั้นปีนี้สินค้าที่ออกใหม่ก็มีเพียงแค่ซีรีส์ (LM) Limited Model ซึ่งเป็นพลาโมที่ออกมาแบบเฉพาะกิจสำหรับโมบิลสูทหรือพาหนะที่ดูแล้วไม่ค่อยมีบทบาทมากนัก หรือ ออกให้กับอนิเมเรื่องอื่นไปเลยอาทิเช่น อีวานเกเลี่ยนเป็นต้น ซึ่งภายหลังซีรีส์ LM นี้ก็จะพัฒนากลายเป็น EX Model ในภายหลัง 1997 BANDAI ที่ยังคงเล็งเห็นความนิยมอย่างต่อเนื่องของ Gundam Wing จึงตัดสินใจสานต่อเรื่องราวความสำเร็จของซีรีส์นี้อีกครั้งด้วยการออก OVA ชุด Gundam Wing Endless Waltz ออกมา โดยได้ว่าจ้างให้คุณคาโตกิ ฮาจิเมะเป็นผู้นำเอากันดั้มทั้ง 5 ตัวซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่องมาออกแบบใหม่ทั้งหมดซึ่งก็ทำให้เหล่าแฟนๆ นั้นพอใจกันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ก็ยังมีการแตกขยายเนื้อเรื่องของ Gundam Wing ออกไปด้วยการเสริมเรื่องราวในการ์ตูนชุด “New Mobile Report Gundam Wing Duel Story G-Unit” ที่เขียนโดยอ.โทคิตะ โคอิจิซึ่งตีพิมพ์ลงในนิตยสาร Bon Bon และในซีรีส์นี้เองที่เราจะได้เห็นกันดั้มพิสดารมากมายที่แปลงร่างได้หลายรูปแบบ ซึ่งเป็นไอเดียที่ควรจะทำได้เฉพาะในการ์ตูน แต่ BANDAI ก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถทำสินค้าเหล่านี้ออกมาได้จริง 1998 หลังจากการออกฉายของ “Shinseiki Evangelion” กระแสของฟิกเกอร์โมเดลจากคาแรคเตอร์พุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุด รวมถึงกระแสในเล่นงานอดิเรกรูปแบบอื่นๆ มีมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเพื่อตอกย้ำในความเป็นผู้นำและบอกจุดยืนของตัวเองว่า การเล่นกันพลานั้นไกลเกินกว่าที่จะเป็นเพียงแค่งานอดิเรกรูปแบบหนึ่ง และแม้คุณจะไม่ได้ดูอนิเมของกันดั้มเลยก็สนุกกับมันได้ ทาง BANDAI จึงได้ออกสินค้าที่เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ที่สุดยอดที่สุดจนถึงปัจจุบันอย่าง PG (Perfect Grade) RX-78 Gundam ออกมา ด้วยชิ้นส่วนมากกว่า 600 ชิ้นและสเกล 1/60 ทำให้แฟนๆ นั้นพอใจกับสินค้าชุดนี้ค่อนข้างมาก นอกจากนี้ในปีนี้ก็มีการออกวางจำหน่ายเกมส์ SD GUNDAM G Generation บนเครื่อง Playstation ทำให้พลาโมเกี่ยวกับ SD Gundam ซีรีส์ใหม่ก็ถูกวางจำหน่ายในชื่อเดียวกัน โดยจะเน้นออกเฉพาะแต่โมบิลสูทแปลกๆ ที่มีความโดดเด่นจากในตัวเกมซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการออกวางจำหน่ายชุดใหม่ต่อจาก หมายเลข 63 CROSSBONE GUNDAM X-2 ด้วย 1999 การฉลองครบรอบ 20 ปีของกันดั้มวนมาถึงอีกครั้ง ในปีนี้โปรเจค “Turn A Gundam” ก็ได้อุบัติขึ้น และความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือเรื่องของแมคคานิคดีไซน์ ซึ่งได้มีการเชิญ Syd MEAD (ซิก มี้ด) มือออกแบบแมคคานิคดีไซน์ชาวอเมริกาซึ่งโด่งดังมาจากการออกแบบแมคคานิคในภาพยนตร์เรื่อง Blade Runner มาเป็นผู้ออกแบบให้ แม้ว่าจะรูปแบบของแมคคานิคที่ซิก มี้ดออกแบบมาจะมีความพิสดารเพียงใด ทาง BANDAI ก็ยังคงแปลงให้มันออกมาในรูปแบบกันพลาได้เสมอ ซึ่งนอกจากสินค้าจากซีรีส์ Turn A แล้ว ในปีนี้ทาง BANDAI ยังได้มีการเปิดตัวสินค้าซีรีส์ใหม่อย่าง HGUC (High Grade Universal Century) โดยสินค้าซีรีส์นี้จะเน้นการนำเอากันพลา สเกล 1/144 ที่เคยออกไปแล้วมาทำใหม่ ให้สามารถออกแอคชั่นได้มากกว่าเดิม โดยเฉพาะโมบิลสูทจากซีรีส์ Z Gundam และ Gundam ZZ ซึ่งในสมัยก่อนไม่สามารถทำได้มาทำการออกแบบใหม่ แต่ในปัจจุบันก็ไม่ได้มีการเน้นเฉพาะเจาะจงลงไปแบบนั้นมากนัก ขอแค่ว่าเป็นโมบิลสูทที่ขึ้นชื่อว่าปรากฏตัวในปีศักราชอวกาศ (Universal Century = UC) ก็ได้ออกเป็นกันพลาซีรีส์นี้แล้ว ปี 2002 BANDAI ก้าวย่างเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ของกันพลา อย่างสมบูรณ์ ด้วยสินค้าที่ตอบสนองต่อแฟนๆ ทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็น แฟนๆ ที่ติดตามกันพลามาอย่างยาวนานก็จะเลือกซื้อ MG,แฟนๆ ที่อยากเก็บสะสมโมบิลสูทให้ครบจากซีรีส์ที่ตัวเองชอบก็เลือกซื้อ HGUC ส่วนพวกแฟนพันธุ์แท้ทั้งหลายก็จะเลือกซื้อ EX Model แต่นั้นก็ยังไม่พอที่จะเรียกได้ว่าเป็น “กันดั้มแห่งศตวรรษที่ 21” อย่างแท้จริงดังนั้นในเดือนต.ค.ของปีนี้เอง “Mobile Suit Gundam SEED” ซีรีส์ล่าสุดของกันดั้มจึงได้ออกอากาศทางทีวีอีกครั้ง ด้วยความมันที่ฮิตเปรี้ยงปร้างเหมือนระเบิดนาปาลม์หย่อนลงมากลางวงการอนิเมที่กำลังซบเซาและซ้ำซากไปด้วยการ์ตูนที่เน้นคาแรคเตอร์จนเกินพอดี ทำให้ BANDAI สามารถแตกไลน์สินค้าของซีรีส์ “SEED” ออกมาต่างหากได้โดยไม่ต้องอิงกับของเก่าได้เลยแม้แต่น้อย ไล่ไปตั้งแต่กันพลา สเกล 1/144 แบบพลาสติกฉีดสีเดียวสำหรับเด็กรุ่นใหม่หัดประกอบหลังจากที่ไม่เคยออกมานาน ไล่ไปจนถึง 1/100, HG SEED ก็ยิ่งทำให้โลกของ SEED ขยายกว้างขึ้นไปอีก ปี 2003 เนื่องจากเล็งเห็นตลาดในประเทศอเมริกา หลังจากซีรีส์กันดั้มทั้งหลายได้เข้าไปฉายจนได้รับความนิยมอย่างสูง BANDAI จึงมีความคิดที่จะนำเอาคาแรคเตอร์กันดั้มเข้าไปเปิดตัวในอเมริกาบ้าง โดยทาง BANDAI นั้นเลือกที่จะทำซีรีส์ขึ้นมาใหม่ให้เหมาะกับประเทศอเมริกาซึ่งมีความนิยมในอนิเมชั่นรูปแบบ CG โดยเฉพาะ ผลที่ได้จึงออกมาเป็นอนิเมชั่น CG เต็มรูปแบบอย่าง “SD GUNDAM FORCE” ซึ่งเป็นการนำเอาเรื่องราวของ SD GUNDAM ในญี่ปุ่นตั้งแต่ภาคอัศวินกันดั้มจนถึงมูชะกันดั้มมาปรับปรุงใหม่ และรวมกันจนกลายเป็นเรื่องใหม่ และเนื่องจากเรื่องนี้เป็นการทำออกมาเพื่อสนองตลาดในอเมริกา จึงไม่มีการทำของเล่นชุดนี้ออกมาในรูปแบบกันพลา จะมีแต่แบบของเล่นสำเร็จรูปซึ่งเป็นที่นิยมในประเทศอเมริกาเท่านั้น แม้ว่าในปีนี้อนิเมชั่นชุด Mobile Suit Gundam SEED จะจบลงไปแล้วก็ตาม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นซีรีส์ Astray ซึ่งถือได้ว่าเป็น MSV ของ SEED ก็ยังคงดำเนินต่อไปเพื่อสานต่อกระแสของกันดั้มไม่ให้หยุดนิ่ง ซึ่งต้องยกย่องในความเตรียมพร้อมของ BANDAI ด้วยการกระจายสื่อและแตกเรื่องราวของกันดั้มแอสเทรย์ทั้ง 3 เครื่องอันได้แก่ Red Frame,Blue Frame และ Gold Frame ไปตามสื่อในรูปแบบต่างๆ กัน คือ ฉบับการ์ตูนที่เกี่ยวข้องกับ Red Frame โดยตรงใน Mobile Gundam SEED Astray จะลงตีพิมพ์ใน Gundam ACE ,Mobile Suit Gundam SEED Astray R ลงตีพิมพ์ใน Shonen ACE, ฉบับนิยายที่เกี่ยวกับ Blue Frame โดยตรงลงตีพิมพ์ในหนังสือ The Sneaker และ นิยายซึ่งเป็นตัวเสริมเนื้อเรื่องในภาคอื่นๆ ทั้งหมดอย่าง Mobile Suit Gundam SEED Astray B ลงตีพิมพ์ในหนังสือ Dengeki Hobby Magazine ซึ่งความสำเร็จทั้งหมดก็ดำเนินมาเรื่อยจนถึงภาคต่อเพื่อการฉลองครบรอบ 25 ปีของกันดั้มอย่าง Mobile Suit Gundam SEED Destiny ที่ออกฉายในปี 2004 นั่นเอง ในปัจจุบันแม้ว่าจะยังไม่มีอนิเมชั่นชุดใหม่ของกันดั้มจนกว่าจะถึงปลายปี 2007 แต่ทาง BANDAI ก็ยังคงมีเรื่องราวใหม่ๆ เกี่ยวกับกันดั้มออกมาให้แฟนๆ ได้เก็บสะสมสินค้าในรูปแบบกันพลากันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น OVA ชุด MS IGLOO หรือว่าจะเป็นกันพลาจากเกมกันดั้มภาคใหม่ๆ ที่ทยอยออกมาอยู่เสมอ และในอนาคตก็คงมีต่อไปอีกเรื่อยๆ จากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก รุ่นลูกสู่รุ่นหลาน ตราบเท่าที่คุณยังคงชื่นชอบ “กันดั้ม” อยู่เสมอ CREADIT : GodGundam เเห่ง bord modxtoy
ไหนๆก็เริ่มมาละก็ขอต่อด้วยตาราง Gunpla ที่จะออกขายในช่วงนี้ให้อีกละกันนะครับ เครดิตให้ Deathscytheและ Kensuke จาก modx toy เช่นกัน สัปดาห์แรก -ปรากฏตัวครั้งแรกใน game ภาค อาเขต SENJO NO KIZUNA -ปรากฏตัวครั้งแรกใน กันดั้ม ซี๊ตสตาเกเซอร์ 1/144 1/144 ที่กำลังจะออกมาในเดือน 1/144 Blue Destiny No.2 ที่หลาย ๆ คนใฝ่ฝันอยากให้ออกเป็น MG เดือนเมษายน 1500 เยน ก็คิดว่าขา gunpla คงเสียตังกันถ้วนหน้านะ วันนี้ไว้เเค่นี้ก่อนละกัน ขอไปทำเเบบต่อไม่สิต้องเรียกว่าเริ่มทำเเบบสินะ ไว้ไปอ่านเจออะไรจะเอามาเก็บรวบรวมไว้อีกละกัน จบ January 31 ~{G}~ETTER ROBOช่วงนี้ จู่ๆ ก็ยืม VCD คุณตู้มาดูเรื่อง SUPER ROBOT WAR OG มาดูสารภาพตามตรงว่าตอนดูไม่ได้มองภาพเพราะทำงานอยู่ เเต่เเล้วก็เกิดอารมครึ้มฟ้าครึ้มฝน ตอนไปงานถาปัดสัมพันธ์ที่ลาดกระบัง เลยหลวมตัวไปซื้อหนังสือการ์ตูนเรื่อง GETTER ROBOT ตอนนั้นก็ไม่ได้ตั้งใจอ่านเหมือนกัน เเหะๆ เพราะขาไปลาดกระบังนี่เเทบกระอักเลือด ก่อนขึ้นเวทีนี่อ้วกไปหลายหนจิงๆ เล่นคอนเสิร์ตเสร็จก็กลับ เเล้วก็ไข้เเดกไป1สัปดาห์เต็มๆ ช่วงที่พักฟื้นนี่เเล่ะถึงได้มีโอกาสอ่านมันจิงๆจังๆ เเล้วก็ปิ้งขึ้นมาว่าเห็นในบิทมีคนปล่อย เลยโหลดมาดูเป็นภาค AMARGEDON ที่สร้างเมื่อปี 1998 ตอนสมัยนั้นเนี่ย CG เกิดนานเเล้วนะคับ เเต่ทางผู้สร้างก็ยังคงความขลังไว้ในรูปแบบของ GETTER ROBO โหลดเสร็จไว้นานเเล้วยังไม่ได้ดูซักที พอดูจบก็เริ่มปิ้งว่า ถ้ากูมีโมของ GETTER ซักกล่องในบ้านมันก็น่าจะดีนะ เเต่ราคามันเเหมไม่ไหวๆ เเพงหูฉีก ก็เลยตัดใจ เเต่เเล้ว วันนี้กะเข้า HOBBY HUB ไปสอย SIC BLADE ซึ่งไอ้ตัวนี้เนี่ยผมเองก็อยากได้ตั้งเเต่ต้นปีละเเต่ดันเสียกะตังกับ GARO EQUIP + PROP ต้นปีไป2100 บาท ( วันนี้ไปเจอฮ็อบบี้ฮับ 1800 เเทบร้องไห้ ) เเต่ไอเจ้า SIC ตัวนี้เหมือนจะไม่ต้องชะตากับกระผมมันหมดทุกครั้งที่ไป เลยลองเดินในร้านอยู่ครึ่งชม. ไปเจ้อะเข้ากับ SOUL OF SHOGOKIN GX 18 19 20 มันเป็น GETTER DRAGON/LIGER GETTER/POSEIDON GETER กล่องละประมาน 2000 อ้ากกก พอไหวเพราะเดือนนี้ค่าไฟไม่เเพง เลยสอยมากล่องนึง ตัดใจเด็ดขาดละSIC BLADE ส่วนโชโกคินอีก2กล่องก็คงต้องเป็นภาระของต้นเดือนอีก2เดือน อยากเก็บให้ครบไวๆจังส่วนที่เอามารีวิวให้ดูเนี่ยก็เป็น SOUL OF SHOGOKIN เหมือนกันเเต่เป็นชุด GX-06 เก่าได้ใจ เเต่คงความสวยงามนะครับ ชุดนี้ 1 กล่อง 3ตัว 3ร่าง ราคาก็เเพงหูฉีก ปากฉีก 555หุ่นยนต์ในตำนาน Getter Robo เนี่ยะ ผมว่าคอเกม คอการ์ตูนแทบทุกคนก็คงรู้จัก เจ้า"อภินิหารย์ หุ่นยนต์สามพลัง" ตัวนี้เป็นอย่างดี
กว่ายี่สิบปีก่อนนั้น getter robo คือจุดเปลี่ยนของการ์ตูนหุ่นยนต์ ด้วยเป็นหุ่นยนต์ประกอบร่างตัวแรก หลังจากที่ "นางาอิ โก" ได้ปล่อยหุ่นยักที่ชื่อ "มาชินก้า Z"ออกมาอาละวาทได้พักใหญ่ ซึ่งจุดเด่นของเจ้าหุ่นยนต์Getter นี้ ก็คือการร่วมร่างกันของยานสามลำครับ ยามสามลำ ร่วมร่างสลับกันไปมา กลายเป็นหุ่นยนต์สามแบบ แต่ละแบบก็มีความสามารถพิเศษต่างกันไป แต่ก็นั่นหละครับ ดูจากรูปร่างยานเชยๆของเหล่า เก็ตเตอร์ทีมแล้ว ดูยังไงก็ไม่น่าจะประกอบรวมร่างได้จริงๆ ไม่เชื่อลองดูรูปครับ ยานสามลำ(ในวงกลม) เอามาเสียบตูดกันด้วยความเร็วที่เหมาะสม(ไม่ได้ทะลึ่งนะ พูดจริงๆ) แล้วก็เปลี่ยนร่าง เป๋นหุ่นยนต์ได้สามแบบ แล้วก็กลายร่างเป็นหุ่นยนต์แบบที่หนึ่ง เรียกว่า getter 1
เสียบตูดสลับกันไปมา ก็จะกลายเป็นหุ่นยนต์ในแบบต่างๆ แดง + ขาว + เหลือง = getter1 ขาว + เหลือง + แดง = getter2 เหลือง + แดง + ขาว = getter3 ตุ๋ยกันเป็นวงกลม กลายเป็นหุ่นสามแบบอย่างที่เห็นในภาพครับ ซึ่งการเปลี่ยนร่างแบบนี้ ขัดกับหลังฟิซิกอย่างชัดเจน และก็ไม่เคยมีของเล่นของหุ่น getter ที่ทำออกมาเปลี่ยนร่างได้สมบูรณ์มาก่อน ออกมาให้เราได้เล่นประกอบร่างกัน อย่างมากที่สุด ก็จะเป็นหุ่นยนต์โดดๆออกมาเลย
ทาง "นางาอิ โก" ผู้ที่ให้กำเนิดเรื่องนี้ ก็ออกมายอมรับว่า ตอนที่เขาเขียนนั้น ก็ไม่เคยคิดถึงหนักความจริงในการเปลี่ยนร่างมาก่อน เพราะฉะนั้น ขอให้ผู้อ่านทำใจ และเลิกถามเขาสักที ว่ามันเปลี่ยนร่างได้ยังไง (ฮา) จนกระทั่งวันหนึ่ง Studo Halfeye ผู้ผลิตของเล่นสติเฟื้อง เกิดนึกคึก อยากจะสร้างโปรเจค Getter ที่สามารถแปลงร่างได้อย่างสมบูรณ์ขึ้น ตอนที่พวกเขาประกาศโปรเจคนี้ออกมา ก็มีหลายคนหัวเราครับ ว่ามันจะเป็นไปได้ ได้อย่างไร ...และแล้ว เขาก็ทำได้ครับ นี่คือยานสีแดง "อีเกิ้ล"
ยานสีขาว "จากั้ว"
ยานสีเหลือง "แบร์"
เมื่อยานทั้งสามลำมาประกอบร่างกัน มันก็จะกลายเป็นหุ่นยนต์อภินิหารย์ ครับ getter1 ต้นแบบในการตูนเป็นแบบนี้
นี่คือของเล่นที่ทาง halfeye ทำออกมาครับ
...getter2
และ getter3
อาจจะดูแปลกๆ ไปจากต้นฉบับบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับหละครับว่า เขาสามารถสร้างหุ่นยนต์ที่ต้องใช้"อภินิหารย์"ในการประกอบร่าง ให้สามารถประกอบร่างได้จริงๆ แถมพี่แกยังใส่ลูกเล่น ในการเก็บ "เก็ตเตอร์ โมมาฮ๊อค" ขวานรูปร่างเชยๆ ที่เป็นอาวุทของหุ่นเก็ตเตอร์เอาไว้ได้ ในเรื่องนั้น เก็ตเตอร์โทมาฮ๊อค จะถูกเรียกออกมาจากใหล่ ซึ่งต้องอธิบายไม่ได้ว่า มันโผล่มาได้ยังไง แต่ทางทีมงาน ก็แก้โจทย์เรื่องนี้ เอามาใส่ไว้ในของเล่นจนได้
ดูจากกลไกที่ซับซ้อน เหล่านี้แล้ว ยังต้องตกใจอีกว่า หุ่นยนต์ตัวนี้ มีความสูง(ตอนเป็น getter1) เพียง 25 เซนติเมตร์เท่านั้นเอง สนนราคา ค่าความคิด ความอุตสาหะ ความพยายาม ก็ราคาเพียง 57,000 ¥เท่านั้นเอง (ราคานี้ยังไม่รวมภาษี อีก 5% นะจ๊ะ) ถ้าคิดเป็นเงินไทย ก็ราคาแค่สองหมื่นกว่าบาทเอง... ไม่แพงเลยเนอะ ใครซื้อก็เอามาอวดกันหน่อยเถอะครับ อย่างผมคงได้แค่ดูรูปเท่านั้นเอง ฮะฮะฮะ ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- หมายเหตุ : - นางาอิ โก คืออาจารย์นักเขียรการ์ตูนชั้นแนวหน้าของญี่ปุ่น ผู้ให้กำเนิด "มาชินก้า Z" , "เกรท มาชินก้า" , "เก็ตเตอร์โรบ็อท" , "เดวิวแมน" และการ์ตูนดีๆอีกมากมาย ซึ่งแนวงานเขียนของอาจารย์นั้น จะออกแนว ...เลือดสาด ฆ่าล้างโคตร ถล่มอสูร ระห่ำทลายฟ้า ล่าสุดขอบจักรวาล สังหารโหด ฯลฯ - ที่ว่ายานสามลำต้องเสียบตูดกันด้วยความเร็วที่พอเหมาะนั้น ไม่ใช่เรื่องทะลึ่ง หรือแค่มุขตลกนะครับ เพราะหากยานสามลำเสียบตูดกันด้วยความเร็วที่มากเกินไป หรือน้อยเกินไป ก็อาจจะมีอันตรายถึงชีวิตนักบินทีเดียว เพราะอาจจะเกิดการอัดก๊อปปี้ได้ ตัวละครสำคัญ(ประมาณนางเอกของเรื่อง) ก็ตายเพราะเจออัดก๊อปปี้เนี่ยะหละครับ creadit : www.pratoo.com
เก็ตเตอร์ได้ถูกทำใหม่มาหลายครั้งเเละเเต่ละหนเนี่ยก็ชอบเปลี่ยนเนื้อเรื่องทุกครั้ง ทำให้พอดูจบเเล้วเเทบจะเลิกคิดที่ดูตอนต่อไปแล้วประติดประต่อ สรุปว่าถ้าสนใจ getterเเล้วสิ่งที่ต้องทำให้ได้คือ
1. อย่ายึดติดเนื้อเรื่องให้มาก OVA 1ภาค ก็คือ 1เรื่อง
2. เก็ตเตอร์ภาคเเรกๆเด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี
3. ภาคที่เป็น OVA ควรพิจารณาสักนิดหากให้ลูกท่านดู
4. เนื้อเรื่องหลักๆคือ มียาน3ลำ เสียบตูดกัน 3เเบบ เป็นหุ่นยนตร์ 3ลักษณะ มีร่างหล่อๆบินได้ ร่างเจาะสว่าน ละก็ตีนตขาบไม่ก็เเขนยาวๆตัวอ้วนๆเหมือนคนขับ
5.ห้ามชมรีวิวหุ่นเหล็กของซีรี่ยืนี้เด็ดขาด ( ผมเตือนคุนละนะ )
6.ถ้าซื้อมันมาเเล้ว 1 กล่อง อาจควบคุมให้ไม่ซื้ออีก 2 กล่องไม่ได้
7.เก็ตเตอร์ โรบอท คล้ายๆ มาสเตอร์กันดั้ม ใครทุนน้อยก็ซื้อมาสเตอร์ 1:100 ราคาที่ผมไปซื้อมา 390 ไอตู้ไปสอยมาให้ เเต่มาเก็บตังทีหลัง
8.เก็ตเตอร์ในเวอชั่น SRW คือเวอร์ชั่น เดียวกับปี 1974
9.เก็ตเตอร์เป็นเด็กหัวรุนเเรงนะครับ เที่ยวไล่ฟันคนไปด้วยขวาน
10.คนขับเก็ตเตอรื3 ไม่หล่อ อ้วน เเละ ชอบเสียชีวิต
นึกได้เเค่นี้ สุดท้ายบล็อคนี้ ขอไว้อาลัยให้กับ อาจารย์เคน อิชิคาวา เจ้าของลายเส้นสุดโหด เจ้าของผลงานเยอะเเยะก่าใครๆ ด้วยนะครับ
ไว้ว่างๆจะมาอัพบล็อคใหม่ บายๆ December 26 ความอัดอั้น กดดัน สั่งสม เเละความถวิลหา อ้ออย่าลืม ~{G}~เอาล่ะร้างลาไป นานพอสมควร เพราะงานหรือเพราะไม่อยากเขียน เอาเป็นว่าขี้เกียจดีก่าเพราะว่าเขียนข้ามวันเกิดตัวเองซะนี่ ก็เเหมมันไม่มีอะไรเลยนี่วันเกิดที่ผ่านมาเอาเป็นว่าวันเกิดก็ขอให้มันผ่านไปเหมือนกับสายลมที่พัดหวนเเล้วนำสิ่งใหม่ๆมาสู่ชีวิตเราเเล้วกัน มาเขียนในตอนนี้ก็เรียกว่าใกล้จะปีใหม่เเล้วสินะ เเต่จะว่าไปไอกาลขึ้นปีใหม่เนี่ยมันก็ไม่เห็นมีอะไรนอกจากการที่เราต้องมาจำว่าเวลาเขียนวันที่เป็น2007/2550 เฮ้อ ไอคำพูดที่ว่าสิ่งที่ไม่ดีในปีเก่าขอให้ทิ้งไป มาเริ่มใหม่ในปีหน้า มันก็อีเเค่คำหลอกลวงที่สั่งสมในหัวของคนขี้เเพ้ที่มัวเเต่หาโอกาสตั้งต้นให้กับตัวเอง ตั้งตน ตั้งต้น ตั้งต้น เริ่มต้น เเละก็เริ่มใหม่ วงจรที่ไม่มีการพัฒนา ไม่มีความงอกงาม เเละเป็นวงจรเเห่งความตกต่ำ เมื่อไหร่ที่คนเรารู้ว่าเราได้เคยเริ่มมาเเล้ว ทุกวันนี้คือการเเก้ไขให้ดีขึ้นไม่ใช่การเริ่มต้น เมื่อนั้นคำอวยพรปีใหม่ในทุกๆปีข้างหน้าคงปราศจากความจำเป็น ปีใหม่หน้านี้จะเป็นอย่างไรก็ยังไม่รู้ยังไม่ถึงเอาเป็นว่าก็จะคงดำเนินชีวิตในเเบบที่ดำเนินมาต่อไป เเม้ว่าจะเป็นทางที่ยังไร้ซึ่งจุดเดิน ในใจก็กลับเสียดายอดีตที่ได้เริ่มต้นอะไรจนเกือบจะถึงเส้นชัย จนต้องกลับมาเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ซึ่งมันทำลายที่เคยสร้างมันเอาไว้ตลอดสามปีของม.ปลาย เเต่การสุญเสียอะไรมันก็ย่อมจะได้อะไรตอบเเทน เสียความมั่นใจในการจัดรายการ เเต่กลับได้ความคิดที่เป็นผู้เป็นคนสูงขึ้น ฉลาดขึ้น เเต่ไร้ซึ่งจุดยืน ไม่มีอะไรได้มาโดยปราศจากการสูญเสีย ต้องการดูละครหลังขาว จะทำให้อดไปเที่ยวผับ ต้องการกินเหล้าอย่างหนักก็จะเสียอาหารที่กินเข้าไปก่อนหน้า ต้องการมีเเฟนก็จะเสียความอิสระ ต้องการความอบอุ่นก็จะขาดความเหงา ต้องการความสันโดดก็จะปราศจากคนรู้ใจ ต้องการชู้ก็จะเสียคนที่รัก ไม่มีใครได้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกเเน่นอน ความพึงพอใจคือเเก่นสารของชีวิต ยิ่งใครู้จักคำว่า พอ มากเท่าไหร่ เเก่นสารก็จะใกล้กับเรามากเท่านั้น
พอละเรื่องเครียดๆตัดบทมาดูดีก่าว่าช่วงที่หายจากการอัพบล็อคมาไปทำอะไร
1.ลบเกมonlineทุกชนิดออกจากเครื่องเช่น YULGANG / GRANNADO ESPADA/SF
2.เลิกเปิด BOT เเต่มาเปิด BITเเทน
3.ติดการ์ตูน+ของเล่น สรรหาเรื่องเก่าๆมาดู
4.ยังคงฟังเพลงอยู่เช่นเคย
5.ยังร้องเพลงอยู่เช่นเคย
6.ทำงานบ้างนะ September 14 SRipatum_Kasetเยสสส และเเล้วตัวผมก็อยากกลับมาอัพบล็อคต่อจนได้ เพราะว่าเริ่มสำนึกละว่าเวลาปล่อยบล็อคทิ้งไว้เน่าๆเเมร่งไม่ไหว เด๋วจะเละซะก่อนก็เปลี่ยนสีใหม่+ใส่รูปงานถาปัดศรีปทุม+กะเสดมาหลังจากไปเมามันกะวง ก็สนุกดีว่ะเพิ่งเล่นคอนเสิร์ตเเล้วหมดเเรงก็หนนี้ล่ะว่ะ เเต่กุดีไจนะเพราะจากปีที่เเล้วเรามีพัฒนาการที่ดีขึ้น วงเราดูเป็นวงมากก่าเดิม หลังโปรเจ็คกะสอบสงสัยต้องเริ่มทำเพลงละว่ะ เพราะใกล้เม็กกะโปรเจ็คเข้ามาทุกทีๆ วันนี้ฟังไอโอบอกมาว่า ถ้าเราทำอะไรหลายๆอย่างๆมันจะทำให้เราเสียความเป็นปัจเจกในสิ่งที่เราถนัด ทุกวันนี้ยังฝันถึงสมัยจัดรายการวิทยุอยุเลยว่ะ เศร้าพอมองกลับไปแล้วทำไมกุไม่ไปตามหนทางที่กุถนัด เเล้วก็ได้คำตอบว่ากุเรียนอะไรก็ได้ที่ทำให้พ่อกุภูมิใจ ทำให้เเม่มีความสุข เออ เเค่นี้ก็พอแล้ว ! เเม่จะได้ไปเบ่งกะป้าหนอม ป้าเยาว์ ว่าลูกกุจบถาปัด เออว่ะ เท่ห์ดีชิบหาย ฝอยไปเยอะเเล้วก็มองดูเวลาขอไปนอนเอาเเรงเเล้วตื่นมาทำ เวิร์คชอบดีก่า กุรัก เเคททารีน บูลเเต่กุไม่อยากตรวจเเบบบ เบื่อโดนจารย์เล่น เเหะๆ บล็อคนี้ไว้เเค่นี้ก่อนดีก่า ก็อย่าลืมดูรูปงานศรีปทุมล่ะ ขอบคุน ปามเเต้ม เเอน ซี ไอ้ ณ ดล เกม กล้า พวกเมิงเจ๋ง สมาชิกในวงทุกคนว่ะ
DOREMON_POWER ~{G}~ = Vocal TON oR = GUITAR <solo> NONT = GUITAR XTU = BASS NOME=keyboard คอมอะนะ ไม่ไช่คีย์บอร์ดเครื่องดนตรีนี่เเล่ะ LEE = DRUM O,Few=Chorus of world ps กุมีเว็บโป้เว็บใหม่ละนะตูมเลย อยากรู้ก็ถามกุเอานะ August 20 ซ่อมBlogเสร็จซะที~{G}~คุงหลังจากเซ็งกะการอัพบล็อคไม่ได้เพราะทางWindow live เเมร่งเข้ามาป่วนลูกเล่นในระบบSpaceเดิม กุเลยลบไอพวกที่มันเกินขาดๆให้หมด เเง่งอยากทำงานไงเเต่หลังๆเหมือนไม่มั่นคงกะชีวิตวันนี้เมื่อเช้าก็ไปผิดนัดไอโปก รู้สึกบาปมากๆเพราะดันไปแกะดรัมไลน์จนเช้า พอตื่นอีกทีก่อน5โมงเย็นไอห่า หลังจากนั้นตั้งใจจะทำงานต่อตอน4ทุ่มหลังจากเงื้อเมื่อหาข้อมูลในGooglesเเล้วปรากฎมันเยอะจัด เเถมงานที่จะส่งมันต้องส่งงานเก่ที่กุดองไว้ เล่นเอาขี้เกียจเลยว่ะขอนอนต่อ ตื่นมาเวลานี้เเล่ะตี3ก่าๆ เปิดเพลงฟัง พร้อมกับจะทำงานดูบอทเเล้วยังอยู่ดีทุกตัว ไปๆมาๆเกมที่กุบ้าเล่นจนไม่ได้หลับได้นอนกลายเป็นระบบเดียวกับRagnarok คือทิ้งไว้เทพเเล้วเข้าไปดูเอา ก็ทำไงได้ปล่อยมาจนปาร์ตี้กะเขาไม่ได้เวลสูงไปเศร้าใจอยู่มากมายเลยล่ะเเต่ให้ทำไงคนมันเทพนี่หว่า พูดเรื่องกะตังช่วงนี้ก็อยุในสถานะประคับประคองว่ะเพราะไปดูมาเเค่เรื่องเดียวในรอบเดือนนี้คือไอเรื่องเครื่องบินชนตึกwolrdtrade มีคนบ่นไม่ชอบกุว่าUnited93ดีเกินก่าที่คนดูหนังระดับเอาสนุกดูรุเรื่องช่างเเมร่งเพราะช่วงนี้ต้องมารับภาระยิ่งก่าไปเย็ดเขาเเล้วท้องอีก ก็ไหนจะเรื่องโปรเจ็คนี่ก็โดดตรวจมา2หนละ พวกฝ่ายกลอง ไหนจะเปิดหนังอีก เเล้วนี่จะเอาชีวิตไปทำอย่างอื่นได้อีกมะเนี่ย เหนื่อยๆๆๆๆๆ คือคิดจะทำเพลงก็ไม่ได้ทำซักกะทีเพราะว่ากุไม่มีเวลาให้ ถ้าเราไปยุ่งกะอะไรหลายๆอย่างในเวลาเเบบนี้เหมือนกุก็คงต้องอยากหนีออกมาจากบางอย่างบ้างล่ะ ตอนนี้อยากเคลียร์ทุกอย่างให้หมด เเล้วก็ไปเที่ยวๆๆๆ จากนั้นสอบเสร็จอยากกลับบ้านไปซัก4-5วันเเล้วกลับมารับภาระต่อ ผมรักทุกสิ่งที่ทำอยู่เเต่ที่รักที่สุดคือดีเจ ซึ่งยิ่งนับวันยิ่งลบเลือนPOINTนี้ออกไปจากชีวิต นิสิตภูมิสถาปัตยกรรมศาสตร์ออกไป รักพ่อเเม่ ไอเต้ เเละเพื่อนๆทุกคน เเล้วจะกลับมาบ่นใหม่ให้ได้อ่านต่อ
ปล.ไอตู้เมิงอัพบล็อคได้ละนะเกิน5เมนต์ละเเต่คนที่เมนต์มันซ้ำกันเท่านั้นเอง อย่าหลงคานมคนล่ะเอ้ย คารม( ไอโปกอะนะ ) ยังเล่นอีก ทำงานต่อละ 555 July 22 เหนื่อยล้าบนความประทับใจ2วันชีวิตหลังจากส่งคอนเสร็จเหมือนกับได้พบกับความสุขปนความตื่นเต้น อะเริ่มตั้งแต่วัน พฤหัสที่20กค.ก่อนดีก่า มีคอนเสิร์ต พี่บอยตรัย ภูมิรัตน Sleeper One ละก็Sleeping Sheep เห็นละก็อดคิดไม่ได้ว่าวงกูเมื่อไหร่จะถึงจุดนั้นวะ อยากอยุร่วมเวทีเดียวกับพวกเขาจัง อยากแหกปาก อยากแรพให้ อยากทำอะไรก็ได้ที่ทำให้คนเขายอมรับวงดนตรีของเรามากขึ้นแต่ ก็ได้แต่รอ จบคอนเสิร์ตก็กลับหอด้วยรถของไอนน โดยบนรถเนี่ยมี นม กะอีบุ้งละก็ปี1อีก2คน กะรีบกลับมาทำcase study ที่ไหนได้เกิดเหตุการณ์ คือ รถไอนนเนี่ยมานไปปาดหน้ารถเด็กวิดวะ เข้าด้วยความตกใจมานเลยขับหนีพวกกุอยุบนรถกันอีก4ชีวิตได้แต่ภาวนาขอให้รอดปลอดภัยให้ได้ ไอบุ้งแมร่งสติแตกร้องไห้ ส่วนไอเด็กปี1 แมร่งก็บ่นว่าผมกลัวละนะคับพี่ ก็ได้กุกะไอนม ออกไปคุยกะไอวิดวะ2ตัวนั่น เรื่องเลยเคลียร์แต่แมร่งยังไม่จบ รถไอนนแมร่งเสือกสตาร์ทไม่ติด ก็ซ่อมกันอยุเกือบชม. ไอพวกยามมหาลัยแมร่ง ความที่มานว่างมานก็ยกพวกกันมาเกือบ20 คัน มาปิดทางออกพร้อมตรวจค้นรถ เห็นละหงุดหงิดเพราะเราเองก็รุว่าต่อให้ค้นให้ตายมานก็ไม่เจอศพพ่อมันอยุละ เราจึงรอดมาได้ ตัดตอนมาถึงวันศุกร์เลยยดีก่า กุกะแฟนจองตั๋ว โคตรรักเอ็งเลยรอบการกุศลไว้ งานนี้ก็จะได้รับเสื้อ + เซาวด์แทรค +ละก็ได้ชมการสัมภาษณ์พิงลำพระเพลิงกะโน้ตแต่น่าเสียดายที่แมร่งไม่ให้เอากล้องเข้าไปเลยอดได้รูปอุดม เซ็งเกว งานนี้เลยไม่ได้ของติดไม้ติดมือกลับมา แต่ได้รูปถ่ายคู่กะพี่พิง ลำพระเพลิง มีคนบอกว่ากุกะแกหน้าเหมือนกันเหมือนเป็นพ่อลูกกันบั้งล่ะ บอกเป็นน้องชายบั้งล่ะ กุก็ว่าจิงนะ หน้าแมร่งคล้ายๆลิงเหมือนกันแต่กุยังห่างไกลกับเขามากมายว่ะ อยากเก่งก่านี้จัง อยากทำอะไรที่อยากทำจริงๆบั้งจัง เออ ไปเจอปรัชญา ปิ่นแก้วด้วย เลยขอแกถ่ายรูปด้วย คือถ่ายกับเขาก็หวังว่าละอองความเก่งจะตกสปอร์มาโตไซต์มาที่กุบั้ง สรุปละ2วันนี้ทำให้กุสัปสนว่าจะทำวง หรือ หนังสั้นดี จะเลือก หรือจะทำคู่ดี อันนี้ขอไปนอนคิดก่อนละกัน บล็อกนี้พอก่อนเมื่อยคอชิหาย 55+ July 19 CABAL
หลังจากที่รอกันมาครึ่งปีจนบางคนลืมเกมนี้ไปแล้ว ในที่สุดก็เปิดให้บริการในเซิร์ฟเวอร์ Inter ที่ผู้เล่นทั่วไปรวมทั้งชาวไทยสมัครได้ ถ้าเพื่อนๆ ไม่ได้ติดตามอ่าน Weekly Online หรือติดตามเว็บบอร์ดเกมต่างๆ เมื่อปลายปีก่อนก็อาจจะไม่รู้จักเกมในฝันของนักเล่นเกมชาวไทยที่ชื่อ Cabal Online มากนัก เกมนี้เป็นเกมที่มีจุดเด่นหลายอย่างที่ฉีกแนวเกม MMORPG เดิมๆ ที่มีในปัจจุบัน ทำให้ได้รับความนิยมในประเทศเกาหลีมากเกมหนึ่ง….ถ้าอธิบายแค่นี้อาจจะไม่เข้าใจกัน ดังนั้นในตอนนี้ผมจะนำรายละเอียดต่างๆ ของเกมนี้มาให้ดูกันครับ Cabal Online ถือว่าเป็นเกม 3D ที่มีกราฟิกสวยงามมากเกมหนึ่ง มี Effect การใช้ท่าไม้ตายต่างๆ ที่สวยงาม แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในเกมนี้ คือ ระบบ Combo ที่ช่วยเพิ่มความเสียหายในการโจมตีเป้าหมาย ซึ่งเมื่อทำคอมโบได้หลาย Hit ต่อเนื่องกัน จะสร้างความเสียหายเพิ่มจากปกติหลายเท่าตัว ซึ่งท่วงท่าของตัวละครเมื่อทำคอมโบก็ทำได้อลังการมาก ถ้าโจมตีอย่างต่อเนื่องแล้วรูปแบบการโจมตีจะเปลี่ยนไปตามจำนวนครั้งของคอมโบ เมื่อทำคอมโบถึงระดับหนึ่งจะมีการโจมตีที่ทรงพลังของอาวุธแต่ละแบบด้วย เช่น ใช้ดาบแทงรัวๆ อย่างต่อเนื่อง, ปักดาบลงบนพื้นแล้วสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง หรือใช้ปืนกระหน่ำยิงศัตรูที่ล้มอยู่ เป็นต้น
ฉากต่อสู้ดุเดือด เร้าใจ Spec เครื่องที่ใช้เล่นเกมก็ไม่สูงมาก ใช้เพียง Pentium III 800 MHz, Ram 256 MB และการ์ด 3D ทั่วไป ระดับ Gforce 2 ก็ยังสามารถเล่นเกมนี้ได้ แต่เท่าที่ลองใช้สเป็คตามนี้แล้วก็เล่นได้ไม่ลื่นเท่าที่ควร ผมแนะนำว่าควรใช้ระดับ Gforce 4 ขึ้นไปจะดีกว่าครับ อีกสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดให้ผู้เล่นชาวเกาหลีสนใจเกมนี้มากกว่าเกม 3D เกมอื่นๆ คือ เกมนี้มีจุดมุ่งหมายของการเล่นเหมือนเกม RPG ในเครื่องคอนโซล โดยผู้เล่นต้องเก็บเลเวลและฝ่าฝันอุปสรรคต่างๆ ในเกม รวมทั้งทำเควสต่างๆ เมื่อเลเวลถึง 100 และเคลียร์เควสได้ทั้งหมดแล้ว ก็จะถือว่าผู้เล่นนั้นบรรลุเป้าหมายทั้งหมดในเกมแล้ว เหมือนได้พบฉากจบในเกมนั้น ซึ่งแน่นอนว่ายังมีอะไรให้ทำต่ออีก แต่ผู้เล่นนั้นจะมีสิทธิ์ในการเข้าสู่โลกใหม่ของเกม Cabal ต่อไป
มีสกิลประเภทปล่อยคลื่นพลังให้ใช้อย่างหลากหลาย อาชีพทั้ง 6 ที่ไม่เหมือนใคร เกมนี้แม้ว่าจะมีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์แต่จะมีการใช้ในรูปแบบของ Force ที่เป็นเหมือนการควบคุมพลังงานในธรรมชาติมากกว่า (นึกถึงภาพการใช้ Force ในหนังเรื่อง Star War ไม่ก็การปล่อยพลังแบบการ์ตูนเรื่อง Dragon Ball) สิ่งที่เรียกว่า Force จะถูกนำมาใช้ในส่วนเวทมนตร์และการโจมตีระยะไกล, นำมาใช้ร่วมกับอาวุธทั่วไป รวมทั้งถูกนำมาใช้กับคอมโบที่ทรงพลังในเกมด้วย เผ่าพันธ์ต่างๆ ในเกมถูกแบ่งเป็น 2 เผ่า ได้แก่เผ่ามนุษย์และเผ่าเอลฟ์ โดยแต่ละเผ่าจะแบ่งออกเป็น 3 อาชีพ รวมแล้วจะมีทั้ง 6 อาชีพที่มีความสามารถแตกต่างกัน และยังมีรูปแบบแหวกแนวกว่าเกม MMORPG ทั่วไป
มีการแสดงจำนวนคอมโบที่ทำได้ด้านบนของจอ คลาสที่มีพลังโจมตี-ป้องกันสูง Warrrior
นักรบที่แข็งแกร่งและพลังโจมตีสูง เน้นการต่อสู้ด้วยพลังทำลายล้างอันมหาศาลด้วยคลื่นพลังและการกวัดแกว่งอาวุธ มีความสามารถในการใช้ดาบใหญ่ (Great Sword) ที่เป็นอาวุธที่ทรงพลังโจมตีสูงที่สุดในเกม และ Dai-Katana ที่มีพลังโจมตีเป็นรองดาบใหญ่แต่มีความแม่นยำมากกว่า Force Shielder
ผู้ใช้โล่พลังงานที่ถูกสร้างขึ้นจาก Force เพื่อสนับสนุนการป้องกันและยังผสาน Force กับดาบมาใช้เป็นพลังโจมตีได้อีก ใช้อาวุธผสมระหว่าง Blade + Crystal คลาสที่เน้นการใช้เวทมนตร์และการโจมตีด้วยความเร็วสูง Blader
นักมีความคล่องตัวและความแม่นยำสูง สามารถใช้ดาบเวทมนตร์ที่มีประสิทธิภาพในการต่อสู้ ใช้อาวุธประเภทดาบ (Blade) และ Katana โดยดาบแบบ Katana จะโจมตีเบากว่า Blade แต่จะมีความแม่นยำมากกว่า Wizard อาชีพที่ชำนาญการใช้อำนาจมนตราอันมหาศาลเพื่อทำลายศัตรูอย่างรุนแรง ใช้อาวุธประเภท Orb ที่มีพลังทำลายค่อนข้างสูง
คลาสที่ผสมผสานระหว่างพลังงานและอาวุธในการต่อสู้ Force Blader
นักดาบผู้ผนึกพลังงานไว้ที่ดาบ มีความสามารถทั้งพลังโจมตี พลังเวท และความเร็ว อยู่ในระดับสมดุล ใช้อาวุธผสมระหว่าง Katana + Orb Force Archer
ผู้แปลงสภาพ Force ให้เป็นลูกศรในการทำลายศัตรูจากระยะไกล ใช้อาวุธประเภท Crystal อาวุธประเภท Force ที่มีพลังโจมตีมากกว่าแบบ Orb สร้างเกมบนพื้นฐานความต้องการของผู้เล่น การออกแบบเกม Cabal ถูกสร้างมาเพื่อตอบสนองสิ่งที่ Player ทั่วไปอยากได้รับ ไม่ใช่สร้างตามแนวทางของเกมออนไลน์ทั่วไป ทางผู้สร้างเกม Cabal พยายามดึงจุดที่ผู้เล่นต้องการนำมาใส่ไว้เกมนี้ให้มากที่สุดเท่าที่มากได้
Effect ต่างๆ ทำได้สวยงาม แนวคิดหนึ่งที่กลุ่มผู้เล่นชาวเกาหลีให้ความสนใจพอสมควร คือ คุณสามารถเล่นแบบ Solo ได้เสมอในเกมนี้ ซึ่งเป็นคอนเซ็ปที่ตรงข้ามกับเกม MMORPG ทั่วไป แต่ก็มีผู้เล่นจำนวนมากไม่สะดวกในการเล่นแบบเป็นปาร์ตี้ ไม่ว่าจะเวลาเล่นที่ไม่มากและไม่สะดวกในบางเวลา เกมที่ต้องพึ่งพาการสู้แบบเป็นทีมจึงอาจไม่ใช่คำตอบที่ดี นอกจากนี้ยังมีระบบอำนวยความสะดวกหลายอย่าง เช่นระบบเควส, ระบบ GPS (Global Positioning System), ระบบต่อสู้ เป็นต้น แนวคิดนี้จะถูกนำมาใช้ต่อไปในอนาคตเพื่อให้เกม Cabal ตรงกับความต้องการของผู้เล่นมากที่สุด
ท่วงท่าของตัวละครทำได้ละเอียดมาก ในวันที่ผมเขียนบทความนี้ ที่หน้าเว็บของเซิร์ฟเวอร์ Inter ยังไม่ได้เปิดให้สมัครในรูปแบบ Close Beta หรือ Open Beta ได้ แต่จะสามารถส่ง Email จากในหน้าเว็บเพื่อสมัคร Trial ID ได้แต่ต้องกรอกเหตุผลในการสมัครเป็นภาษาอังกฤษด้วย คาดว่าจะสมัครในฐานะผู้ทดสอบภายในเดือนนี้ ติดตามรายละเอียดการสมัครได้ในเว็บ online-station.net เร็วๆ นี้ครับ นอกจากเซิร์ฟเวอร์อินเตอร์แล้ว ในเดือน 6-7 นี้ ทางเซิร์ฟเวอร์ญี่ปุ่นก็มีกำหนดจะเปิดตัวเกมนี้ด้วยเช่นกัน แต่ยังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับกำหนดเปิดให้ผู้เล่นทั่วไป ก็ต้องรอดูรายละเอียดกันต่อไปครับ July 16 เหตุนำ-กรรมส่ง
July 03 ความผิดปนความโง่ค่ำคืนหนึ่งในเวลา23.00 ก่าๆ มีเสียงโทรศัพท์โคดดัง ส่งเสียงเเผดร้องราวกลับจะปลุกคนทั้งโลกให้ตื่นได้ ดังขึ้น ปลุกชายวัยหนุ่มสูง 167 cm ตื่นมาด้วยความเพลีย " ฮาโหล " ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงงัวเงีย พลันได้ยินเสียงหญิงสาวที่เขารู้จักดี " พี่โยว่างไหม มาช่วยงานหน่อย " " ไว้พรุ่งนี้ได้มะวันนี้กุไม่ไหวว่ะ" ชายหนุ่มบอกปัดไป " จิงๆนต้องมานะ หงุ่นยังตีไดอะเเกรมไม่ออกเลย " เสียงหญิงสาวราวกับเร่งรีบ " อือๆ ไปแน่นอน " วางหู เวลาผ่านไป จนเวลา17.30น. ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียงนอนด้วยอาการเพลียอยุ เพราะเมื่อวานเขาได้ไปซ้อมดนตรีเเล้วขากลับฝนก็ตกหนัก เขาเดินตากฝนกลับมาที่หอเเล้วฟุบตัวลงที่นอนไม่ได้อาบน้ำ เขาเลยนอนซมอย่างน่าเวทนา ชายคนนั้นคือ " กู "
ขอโทษ องุ่นที่กุไม่ได้ไปช่วยงานทั้งๆที่รับปากไปว่ะ ยิ่งทำไห้กุไม่อยากฟื้นไข้ไปมหาลัยกลัวเเมร่งเกลียดกุ T T
ขอโทษ จอยที่ฝากไปซื้อข้าวมาไห้เเล้วตากฝนกลับมา ขอบคุนมากๆจ้า
ขอโทษ เพื่อนๆที่บางทีกูยังไม่เต็มที่กับพวกเมิงเเต่ตอนนี้กูพยามสุดตัวละนะ
ขอโทษ โทสับที่กุทิ้งเมิงมาเดือนนึงละไม่ไปเติมตินนี้กุเติมตังเมิงละนะ อย่างอนกุล่ะ
ขอโทษ ลามี่ที่กุทิ้งเมิงไว้ที่สตู3วันโดยไม่รุเลยว่าเมิงตกอยุไต้เก้าอี้ที่กุนอนประจำ June 27 9 วิธีดัดหลังรุ่นพี่ ผู้คลั่งไคล้พิธีรับน้อง.......
น้องใหม่ที่รัก เมื่อรุ่นพี่จัดงานรับน้องหรือประชุมเชียร์ กรุณาให้ความร่วมมือเข้าร่วมกิจกรรมกับมันเถอะค่ะ แม้หลายอย่าง จะดูโง่ ๆ ทำลายสุขภาพจิต และ ความคิดสร้างสรรค์ไปบ้าง แต่อย่าท้อ อย่าเศร้าเสียใจ ขอให้หาทางออกโดยการเล่นคืน...ดังนี้ 1. เมื่อรุ่นพี่ว้าก ตะโกนใส่หน้า ให้ทำเป็นปิดจมูก แล้วไปลือกันให้ทั่วว่าพี่คนนี้กลิ่นปากเหม็นมาก (แปรงฟันก่อน..ว้ากนะ) 2. เมื่อรุ่นพี่จับทาสี โปะแป้งให้แกล้งเซล้มกอดพี่ให้เลอะด้วย วิธีนี้ได้ผลดีเป็นสองเท่าหากกระทำกับพี่ติดหรูชอบใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนม(ใส่เสื้อ ปอนๆๆ ไปละกาน) 3. เมื่อรุ่นพี่บังคับให้ร้องเพลงเชียร์ถึงดึก ๆ ดื่น ๆ ให้สืบเบอร์โทรศัพท์รุ่นพี่ แล้วแอบโทรไปบอกแม่รุ่นพี่ทั้งหลาย ว่าลูกตายคามหาวิทยาลัย เมื่อแม่ของรุ่นพี่วิ่งร้องไห้มาตามลูก กิจกรรมทั้งหมดก็คงต้องยกเลิก ไม่ต้องอยู่ดึกให้ทรมาน (อย่าแจกเบอร์สาวๆๆสิ) 4. เมื่อรุ่นพี่ลงโทษให้วิ่งกลางแดด ขอให้น้องใหม่ที่เป็นผู้หญิง แกล้งเป็นลม เมื่อพี่ๆ อุ้มไปปฐมพยาบาล ให้พาลฟ้องคณบดี ว่าพี่ ๆ จับนมหนู โดยมีน้องใหม่ทุกคนช่วยเป็นพยาน (ไม่ต้องไปอุ้ม..ปล่อยไห้ฟื้นเอง..คริๆๆ) 5. สังเกตให้ดี ประธานนักศึกษาที่เป็นตัวตั้งตัวดีเรื่องรับน้อง มักเป็นคนขี้หลี ให้น้องใหม่คนที่สวยๆ ทำเป็นตีสนิทให้เบอร์โทร. ถ้าพี่เผลอโทร.ไปเมื่อไร ให้บันทึกเทปเอามาก๊อป แจกให้ได้อายทั่วทั้งมหาวิทยาลัย (ทามอย่างข้อ 3) 6. จุดไฟเผาคณะ ทางมหาวิทยาลัยจะได้ไม่กล้าอนุญาต ให้มีการอยู่ดึกๆ เพื่อประชุมเชียร์หรือรับน้องอีก (เตรียมถังดับเพลิงไว้) 7. ลดความน่านับถือของรุ่นพี่ลง ด้วยการยุน้องใหม่คนที่หล่อๆ ไล่จีบรุ่นพี่ให้ดะ เมื่อรุ่นพี่กลายเป็นแค่แฟนเพื่อน ก็ไม่จำเป็นต้องกราบไหว้ หรือนิ่งเฉยยอมให้มันด่าอีกต่อไป (ใจแข็ง เข้าไว้..) 8. ในกรณีที่ไม่กล้าเอาคืนซึ่งๆ หน้ากับรุ่นพี่ ให้แอบขูดสีรถหรือปล่อยลมยางก็ได้ (อย่าเอารถไปมหาลัย) 9. รุ่นพี่ที่ชอบรับน้องแบบห่าม ๆ ส่วนใหญ่มักชอบสุมหัว กินเหล้าเล่นไพ่กันในมหาวิทยาลัย ถ้าน้อง ๆ พบเห็นเมื่อไหร่ ให้แจ้งตำรวจจับทันที หรือถ้าจะยัดยาบ้าเพิ่มเข้าไปอีกกระทงก็ไม่เลว ( ~~ ไ ม่ มี แ ม่ โ ข ง ไ ด้ แ ส ง โ ส ม ก็ เ ป็ น สุ ข 5 5 5+~~ ) พี่ ๆ น่าจะปลื้มใจ ถ้าน้องๆ รวมหัวกันดัดหลังรุ่นพี่ ได้ตามวิธีเหล่านี้ เพราะนั่นหมายความว่า บรรดาน้องใหม่มี ความสามัคคี รักใคร่ กลมเกลียวกัน บรรลุตามจุดประสงค์ ที่พี่ ๆ ชอบอ้างกันแล้ว เอิ๊กส์ ๆ ****ปล. อ่านพอ ขำ ขำ .... อย่าทามอย่างนี้นะ.....มานมะดี....เด๋วรุ่นพี่จะซวยเอา 5 5 5+ จงระลึกไว้เสมอว่า รุ่นพี่หวังดีกะรุ่นน้องเสมอ (โดยเฉพาะกะ น้องสาวๆ ขาวๆ อึ๋มๆ จิงป่าว)**** ![]() June 22 fifa world camถ้าในช่วงนี้ไม่ว่าไปถึงเรื่อง ฟุตบอลโลก ก็คงไม่ได้เพราะเพิ่งเสียบอลให้ไอต้นไป 6 บาท เเต่ยังไม่จ่ายเพราะตังหมด หมดได้ไงเเว้ ลองนึกๆดูเเล้วก็เพราะว่าช่วงนี้ไอเราต้องไปดูหนังทุกสัปดาห์ ชิบหายวันนี้ SILENT HILL เข้า เเต่........ เอาจากไหนไปดูวะ ไม่มีกะตัง T T ทั้งๆที่เพิ่งยืมตังโย่มาเเต่ในใจก็หวั่นว่าที่ยืมมาจะไม่พอสิ้นเดือนว่าเเล้ว ก็นึกฮาๆในใจว่ากุจะหาทางยังไงดีให้ขอตังเเม่มาใช้ให้ได้ 22 + 8 =30 เหลืออีก 8 วันจะสิ้นเดือนเเล่ว เเต่วันนี้เหมือนจะสิ้นใจเพราะไม่มีตัง ไอจะเอาไปแทงบอลก็คงไม่เข้าท่าเพราะไม่เคยมีดวง เอาไว้ค่อยคิดละก้านนนนนน
พูดถึงศึกบนสนามที่ครุกกรุ่นเเล้วศึกในโลกไอทีของเราก็วุ่นวายไม่เเพ้กัน เว็บโป้เจ้าประจำต่างตกรอบคัดเลือกฟีฟ่าเวิลเเคมรอบสุดท้ายกันไปเกือบ1000 เว็บเเล้ว ขึ้นจอเขียวววกันหมด ทำม้ายย ทำมายย หนังก็หาโหลดเเทบไม่ได้ ว่าเเล้วก็เปิดคลิบโป้เก่าๆมาดูด้วยใจกระซินกระซาบ ได้เเต่เเช่งในใจว่าขอให้กระทรวงไอซีทีโดนเเฮ็คเกอร์ล้างระบบไฟดับซัก 2-3 ปี สาธุ
เอาเว็บกูคืนมา T T
เว้ยเซ้าเทียน วันนี้วันตายของเจ้า โอหัง แน่จริงก็เข้า โช้งเช้งๆๆๆๆ ตายซะ ช้าก่อน เว้ยเซ้าเทียนคือพ่อของเจ้า ซึ่งเป็นสหายรักของจางฟู่เจอน หัวหน้าพรรคกิเลนขาว ซึ่งเก็บเจ้ามาเลี้ยงเมื่อ22ปีก่อน ซึ่งจริงๆแล้วก่อนที่จะเจอเจ้า เซ้าซื่อเฉียนแม่นาง14 แห่งสำนักกิเลนขาว ซึ่งได้พบเจ้าข้างหนองน้ำใกล้เมืองเหลียนฮุ่น ซึ่งเป็นที่ที่เซี่ยถงน้าสาวพี่แม่ได้แนะนำให้ข้า ลี่เซี่ยซุยก่อนจะพบเจ้า ซึ่งอันที่จริงแล้วข้าเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเจ้าเป็นลูกของ จางฟู่เยิน จนข้านึกขึ้นได้ถึงวันที่ จางว่านจือแม่เจ้า พาข้าไป เจอพี่สาวแม่ของเจ้า ซึ่งน้าสาวของแม่ May 27 เวลากับไดอารี่สีเเดงเเละกูเเละบ้านเกิดเวลา
กลับมาบ้านหนนี้รู้สึกอะไรๆก็เปลี่ยนไปเยอะเเยะเลยทั้งเรื่องการเป็นอยู่ ทั้งการวางตัว มันดูอึดอัดต่อการออกนอกบ้านทั้งๆที่Surroundingนั้นล้วนเป็นทิวทัศน์เเละSpaceเเบบที่เรายังคุ้นเคยตั้งเเต่สมัยเด็กๆ นึกเเล้วก็น้ำตาไหลได้เหมือนกัน เพราะทุกก้าวทุกกิโลเมตรที่เราได้ผ่านมันล้วนเต็มไปด้วยความสุขต่ออดีตที่ผ่านไปแล้ว การกลับมาบ้านเมื่อ2-3ครั้งที่ผ่านมา มันยังไม่เท่ากับการกลับบ้านครั้งนี้ เพราะครั้งที่ผ่านมา ราไม่ได้สัมผัสกับอดีตเเละช่วงเปลี่ยนผาสของเวลาที่เเตกต่างเท่าเวลานี้ ผมมองไม่ออกว่าทำไมบ้านเมืองที่เคยเต้มไปด้วยความสุข สงบ สบาย เเห่งนี้ถึงกลายเป็นพท.สีเเดงของประเทศไปแล้ว จ.ที่ผมคิดว่าสบายที่สุดในประเทศไทยกลับเต็มไปด้วยการก่อการร้าย ก็มีคำถามว่า ทำไปทำไม ทำไปด้วยเหตุใด ทำเเล้วจะมีประโยชน์ อะไร เเละผลกะทบถึงคนอื่นล่ะ ได้มองย้อนกลับไปสมัยยังเรียนอยุมัธยม กลับบ้าน2-3ทุ่มเป็นเรื่องธรรมดา เเต่เด๋วนี้5โมงเย็นก็เเทบม่มีรถวิ่งเเล้ว มันเหมือนกับภาพทรงจำเก่าๆของเรานั้นคงไม่สามมารถกลับคืนมาได้อีกเเล้ว ผมยังจำภาพของเด็กมัธยม เล่นบาสก่อนเลิกเรียนจนเกือบ1ทุ่ม ภาพของเด็กวัยรุ่นบิดมอไซด์กันชั่วข้ามคืน ภาพของงานประจำปี งานที่ทำไห้เจอกันกับผู้คนที่มากมาย เจอเพื่อนๆที่มากะผู้ปกครอง เจอสาวๆมัธยมต่างโรงเรียนที่สดใสน่ารัก ได้ยินเสียงวิทยุที่มีเเต่เพลงเเละโฆษณา เสียงของเด็กวิ่งไล่กัน เสียงร้องไห้ของเด็กที่ถูกพี่เเกล้ง เสียงเด็กร้องที่ถูกเเม่ตี ถ้าคุณเคยสัมผัสกับSpaceในรูปแบบ ธรรดาเเบบนี้มาอย่างมากมาย เช่นเดียวกับความรู้สึกดีที่มีต่อเเสง สีของฟ้าในเวลาต่างๆซึ่งเสียงเพลงนั้นจะช่วยให้กระตุ้นคุณนึกถึงสีท้องฟ้าในวันนั้นเป็นอย่างดี เสียดายเวลา ที่ผ่านไปเเต่ทุกวินาทีที่ผ่านมาในสมัยเด็กจนถึงวันนี้ ผมกลับมีความสุขอย่างหนักหนากับความรู้สึกที่มีต่อมัน
...................................................................................................
ไดอารี่สีเเดง
ครั้งนั้นฉันมีเธอ แม้ว่าเธอนั้นเคย
จะเอ่ยปากฟากคำรักไว้ หัวใจไม่อยากรับฟัง ฉันไม่คิดจริงจัง แต่ฉันก็ยังรับความในใจ จดเป็นบันทึกรัก ไว้ในไดอารี่สีแดง แล้วรักนั้นก็กลาย แตกสลายแล้วลอยผ่านไปไกล ต่างคนต่างลืมความหลัง ในใจ ไดอารี่เล่มแดง กลับหนายแหนง ไม่เคยใส่ใจจำข้อความที่เคยเขียนไว้ข้างใน ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ เห็นเธอใหม่เมื่อวาน เดินผ่านที่เราเคยนัดพบ ฉันเองยังหลบเลี่ยงไป ทั้งที่ไม่คิดอะไร แล้วทำไมหัวใจมันเก็บเอาเธอ มาฝันถึงกันตลอดทั้งคืน แล้วรักนั้นก็กลาย แตกสลายแล้วลอยผ่านไปไกล ต่างคนต่างลืมความหลัง ในใจ ไดอารี่เล่มแดง กลับหนายแหนง ไม่เคยใส่ใจจำข้อความที่เคยเขียนไว้ข้างใน ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ เห็นเธอใหม่เมื่อวาน เดินผ่านที่เราเคยนัดพบ ฉันเองยังหลบเลี่ยงไป ทั้งที่ไม่คิดอะไร แล้วทำไมหัวใจมันเก็บเอาเธอ มาฝันถึงกันตลอดทั้งคืน เเน่นอนว่าการกลับมาจากอนาคตครั้งนี้ทำให้คนเรามองกลับไปถึงอดีต ที่เคยผ่านไป ทั้งรักครั้งเเรกเเละต่อๆมาที่เป็นเรื่องของเด็กๆซะมากกว่ารักที่จริงจัง ไม่รุคุณจะเคยฟังเพลงเเล้วใดเพลงนึงเเล้วจะผุดหน้าของเเฟนเก่าคุณขึ้นมาบั้งไหมนะ เชื่อว่าทุกคนคงเคยเป็นนะ เเต่สำหรับผมเเล้วหลังฟังเพลงนี้เเล้วเเทบยจะไม่มีหน้าใครผุดขึ้นมาเลย เเต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ ความรู้สึกตื้นตันที่เคยมีเเฟนกับเขา สุขที่ตัวเองก็มีความสุขต่อความรักที่มีต่อเพื่อนพ่อเเม่เเละทุกคนที่มีส่วนข้องเกี่ยวกับผม ไดอารี่เล่มเเดงของผมเล่มนี้มันก็ยังคงอยุใน จิตใจ ของผมเสมอไป ไดอารี่เล่มเเดงของคุณล่ะเก็บเรื่องอะไรเอาไว้ จิตใจของคุณตอบสนองต่อความรัก ความห่วงใย ให้ใครไปบ้างเเล้วหรือยัง รีบเขียนไดอารี่เล่มนี้ซะนะก่อนที่ซักวันไดอารี่เล่มสีเเดงเล่มน้อยๆเล่มนี้จะเก่าเกินที่จะเขียน
....................................................................................................
May 04 FOR PAEUNไปได้เมลเพื่อนมาเออเลยเห็นว่าเข้าท่าขอก้อบมาลงไนบล้อกหน่อยละกัน ขอบคุนเเมะอรความคิดสมัย ป.1 เพื่อนที่ดีคือคนที่ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนคุณ แล้วก็จับมือคุณระหว่างเดินผ่านห้องโถงที่น่ากลัว ความคิดสมัย ป.2 เพื่อนที่ดีคือคนที่ทำให้คุณเข้าเรียนคลาสที่ไม่อยากเรียน (มั้ง) ความคิดสมัย ป.3 เพื่อนที่ดีคือคนที่แบ่งอาหารกลางวันให้คุณ เมื่อคุณลืมกล่องข้าวไว้ที่บ้าน = =? ความคิดสมัย ป.4 เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมเปลี่ยนคู่เต้นในวิชาลีลาศเมื่อคุณไม่อยากจับคู่เต้นอยู่กับนิกจอมลามกหรือเอ็มกลิ่นแรง ความคิดสมัยป.5 เพื่อนที่ดีคือคนที่เผื่อที่นั่งให้คุณเมื่อถึงมื้อเที่ยง ความคิดสมัย ป.6 เพื่อนที่ดีคือคนที่พาคุณไปหาคนที่คุณตกหลุมรัก เพื่อขอให้เค้ามาเต้นรำกับคุณ เผื่อว่าเค้าปฏิเสธคุณจะได้ไม่ต้องอายไง ความคิดสมัย ม.1 เพื่อนที่ดีคือคนที่ให้คุณลอกรายงานสังคม ความคิดสมัย ม.2 เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณทำรายงานกลุ่มและไม่เคยนินทาคุณลับหลัง ความคิดสมัย ม.3 เพื่อนที่ดีคือคนที่เปนที่ปรึกษาปัญหาหัวใจให้คุณและอินกับคุณในทุกๆอารมณ์ ความคิดสมัยม.4 คือ คนที่ยอมเปลี่ยนวิชาเรียนเพื่อที่คุณจะได้มีเพื่อนนั่งกินข้าว ความคิดสมัย ม.5 เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมให้คุณขับรถใหม่ของเค้าช่วยคุยกะพ่อแม่ของคุณเวลาคุณมีปัญหา แล้วก็คอยปลอบคุณตอนที่คุณเลิกกับแฟน ความคิดตอน ม.6 เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณเลือกมหาวิทยาลัยที่จะเข้าแถมยังช่วยคุยกับพ่อแม่ให้ยอมให้คุณไปเรียนมหาลัยนั้นอีกด้วยในงานจบการศึกษา เพื่อนที่ดีของคุณ คือคนที่ร้องไห้เงียบๆ ในใจแล้วก็แบ่งปันรอยยิ้มกว้างๆ ให้คุณ หน้าร้อนหลังจบ ม.6 เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณล้างขวดหลังงานปาร์ตี้ช่วยคุณแอบย่องออกจากบ้านตอนที่คุณตกลงกับพ่อแม่ไม่ได้ทำให้คุณกับแฟนกลับมาคบกันอีกช่วยคุณเก็บของเพื่อย้ายไปมหาลัยแล้วก็กอดคุณอย่างเงียบๆ มองคุณด้วยแววตาที่ขุ่นมัวพร้อมกับความทรงจำ 18 ปีที่ผ่านมา...... ให้กำลังใจคุณในทางที่คุณเลือกเดินเหมือน
18ปีที่ผ่านมา และตอนนี้ เพื่อนที่ดี .... ยังคงเป็นคนที่ให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ จับมือของคุณเมื่อคุณกลัว ช่วยคุณต่อสู้กับสิ่งที่พยายามเอาเปรียบคุณ คิดถึงคุณตลอดเวลาที่คุณไม่อยู่ เตือนคุณในสิ่งที่คุณลืม ช่วยคุณผ่านอดีตแต่ก็เข้าใจเมื่อคุณอยากอยู่กับอดีตอีกซักนิด อยู่กับคุณเพื่อให้คุณมีความมั่นใจ หรือไปไกลๆ คุณซักพักเพื่อให้คุณได้มีเวลากับตัวเอง ช่วยคุณแก้ไขความผิดพลาด ช่วยคุณจัดการกับความกดดันทั้งหลาย ยิ้มให้คุณเมื่อยามคุณเศร้า ช่วยให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น และอย่างสำคัญที่สุด คือ คุณส่งความรู้สึกนี้ ให้เพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่และเพื่อนที่อยู่กับคุณตลอด (ยังไม่ร้องไห้ใช่มั้ย? ยังมีต่ออีกนะ) ขอบคุณสำหรับความเป็นเพื่อน ไม่ว่าเราจะไปถึงจุดไหน หรือเรากลายเป็นอะไร จะไม่มีวันลืมคนที่ช่วยให้เราไปถึงจุดนั้น ไม่มีการผิดเวลาที่จะโทรศัพท์ หรือส่งข้อความ เพื่อบอกเพื่อนของคุณว่า คุณคิดถึงพวกเค้าขนาดไหน หรือว่าคุณรักพวกเค้าขนาดไหน คุณรู้ว่าคุณเป็นใคร ส่งความรู้สึกนี้ไปให้คนบางคนที่คุณอยากจะนึกถึงดังนั้น ส่งเมล์นี้ให้เพื่อนคุณทุกๆ คน และรอคอยให้เค้าส่งกลับ ถ้าคุณรักใครซักคน ก็บอกเค้าซะ จำไว้เสมอเลยนะว่าพูดสิ่งที่คุณคิด สิ่งที่คุณหมายถึง อย่ากลัวที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเอง ใช้โอกาสนี้ในการบอกใครซักคนที่มีความหมายกับคุณ คว้าเอาไว้แล้วจะไม่เสียใจ สิ่งสำคัญที่สุด อยู่ใกล้ๆ กับเพื่อนและครอบครัว สำหรับการที่พวกเค้านั้นทำให้คุณกลายมาเป็นคุณในวันนี้ บอกความรู้สึกซะให้เกิดความแตกต่างขึ้นในวันของคุณและเค้า ความแตกต่างระหว่างการแสดงความรัก และการเสียใจ คือ การเสียใจอาจจะอยู่ตลอดไป ภายใน 1 ชม. คุณต้องส่งเมล์นี้ให้คนอื่น เพื่อให้เค้าได้รู้ว่าเค้ามีความหมายสำหรับคุณนะ ถ้าคุณกำลังยุ่งละก้อ.. คิดซะว่าใช้เวลาแค่ 2-3 นาทีเองน่า..ที่จะบอกความรู้สึกนี้ออกไป มันจะดีกว่าเยอะเลยนะ ถ้าคุณส่งเมล์นี้ต่อไปน่ะ เอาล่ะ ตกลงกันแล้วนะ ส่งเมล์นี้ต่อไปอย่างน้อย 10 คนภายในหนึ่งชม. คนที่ห่วงใยคุณมอบความอบอุ่นให้คุณและความอบอุ่นนั้นก็มาจากการรักผู้อื่นApril 17 สัปดาห์ เเห่ง......สงกรานต์มีเเต่คนถามว่า
เฮ้ยไปเที่ยวไหนวะ
บางคนก็ถาม เฮ้ยกลับบ้านป่าวเมิง
เรียนกันตรงนี้ว่าอยู่เเต่หอ ไปไกลสุดก็เมเจอร์
สาเหตุไม่ใช่ว่ากลัวอะไร กลัวว่าพาเเฟนไปเเล้วเเฟนจะโดนเเต้ะอั๋ง กลัวห้ามใจตัวเองไม่ไหวด้วย เเว้กกก 555+
การมีชีวิตในซอยลึกห่างจากถนนสายหลักเนี่ยเป็นเรื่องที่ลำบากมากมาย คือก่าจะออกไปถึงหน้าปากซอยได้ต้องฝ่ากลุ่มเด็กเหี้ยอารมณ์บ้าสงกรานต์ สาดน้ำเเหลกก่อให้เกิดความเซ็งในชีวิต ครั้นจะหาอะไรเเดรกในซอยก็ไม่รุจะเเดรกอะไร เเละที่หนักหนาที่สุดคือการซักผ้า โอ้วเเม่เจ้ากูจะซักผ้ายังไงวะ ตึกกูอยู่ตึกA ร้านซักผ้าเเมร่งก็ปิดหมด ด้วยความหวังเลยรอถึงวันนี้ว่ามานจะมีซักร้านวะที่เปิด เเต่เเล้วความหวังก็พังทลาย เลยตัดสินใจซักเองเเมร่ง ซักมือนี่เเล่ะ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ( บอกตามตรงว่าซักเองนิดเดียวที่เหลือเเฟนทำซะหมด ) -*- ก่าจะเสร็จมานโคดจะเหนื่อยก่าเล่นบาส เล่นบอลอีกอะ เเต่ก็สำเร็จเเล้ว เยส !!!!!! มีรูปมาฝากด้วย
เเว้กกกก ไม่เน้นสะอาดเน้นหอม - - มีงี้ด้วย March 14 เพื่อนสนิทเพื่อนสนิท
หลายคนคงงงว่าจู่ๆทำไม้ทำไมถึงการอัพบล็อคครั้งนี้จึงเริ่มด้วยคำๆนี้ หลายคนบอก
เพื่อนกินหาง่าย เพื่อนตายหายาก
เพื่อนฉลาดชาติเจริญ
คบเพื่อนดีเป็นศรีเเก่ตัว พบเพื่อนชั่ว พากันชิบหาย
เพื่อนดีหาวจั่ว เพื่อนชั่วหามเสา
เพื่อนที่รัก จะมักที่ชัง
เพื่อนกันพันเก้า
จะคบเพื่อนดูที่หาง จะคบนางดูที่เเม่
เพื่อนงามเพราะขน คนงามเพราะเเต่ง
ไก่เห็นตีนงู กูเห็นนมเพื่อน
เข็นเพื่อนขึ้นภูเขา
เพื่อนตายทั้งตัวเอาใบบัวปิดไม่มิด
น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งเพื่อน
หนีเพื่อนปะจระเข้
ทั้งนี้ทั้งนั้นเเล้ว ก็จะเล่าถึงอดีตกาลตั้งเเต่สมัยอนุบาล1 ผมเองก็มีเพื่อนคนเเรกกะเขาเเละจำมันได้ดีเลยชื่อ ไอชนาวิทย์ สร้อยเสริมทรัพย์ หะๆ นี่คือเพื่อนคนเเรกที่ไม่ได้เจอเป็น10ๆปี หลายคนงงว่าทำไมจำมันได้ดีขนาดนี้ เเน่นอนครับมันย่อมมีความไม่ธรรมดาเเละความหนักส์ อยู่เต็มอัตราศึก สมัยนั้นผมนี่ยังอ่อนต่อโลกตามประสาเด็ก ก็ได้ไอเวนนี่เเล่ะครับคอยยุเเยง วันๆมันพูดเป็นอยู่3-4 คำไม่เกินก่านั้น จิ๋ม หมอย ดอ เย็ด เเค่นี้ไอเราตอนนั้นก็ด้วยความที่รู้เท่าไม่ถึงการก็ได้เเต่ขำไม่รุจะทำยังไง จนวันหนึ่ง ไอชนาวิทย์ นี่มันอยากพิสูจน์อะไรบังอย่างไห้ผมรู้ มันเลยไปแอบเอาเศษกระจกเงาอะ มาส่องใต้กระโปรงของครูประจำชั้น ต้องขอชี้เเจงว่าที่โรงเรียนผมเป็นโรงเรียนรัฐบาลนะครับ สภาพของคุนครูรร.รัฐนี่ไม่ต้องพูดคงเข้าใจ วันนั้นครูประจำชั้นเเกอารมดีมั้งไม่ใส่ถุงน่อง สิ่งที่ผมกะไอชนาวิทย์ได้เห็นจึงเป็นภาพที่สยดสยอง เเละน่ากลัว เหมือนดูวิดีโอลึกลับในเรื่องTHE RING ทำเอาไอชนาวิทย์ พูดได้เเค่2คำ จิ๋ม ดำ จิ๋ม ดำ *0* หึๆเบื่อๆน่ะครับ โอเค
ผ่านในช่วงชีวิตวัยเด็กเเคร์ เบบี้ไมล์ไป ขึ้เกียจเล่าต่อละเริ่มเอยหลัง *-* ก็เลยอยากรู้นะว่าเด็กๆนี่เคยมีเพื่อนสนิทไหมเเพราะสังคมในปัจจุบันนี้ มักจะทำให้เราต้องมากลับไปในอดีตเพื่อถามหาความสดใสในเเต่ละวัย เเต่ละช่วงชีวิตที่เราเคยมี หรือมีอยู่ ชีวิตที่เคยไม่ต้องคิดมากอะไรเพราะเรามีsupporterที่ดี
สุดท้ายนี้ก็อยากจะพึงสังวรณ์ไว้ว่าบล้อกหนนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อรำลึกถึงความสวยงาม เเละความสดใสในอดีต คนเด็กที่ไม่สิ้นกลิ่น้ำนมคนนี้ จนกระทั่งกายเป็นเกรียน เเละหัวฟูในปัจจุบันของผม จึงอยากจะบอกว่าเเม้วันนี้คุนจะไม่มีใคร เเต่ในอดีเเละที่ผ่านมา คุณเคยมคนที่เขายอมรับคุนเป็นเพื่อน เเม้วันนี้เขาจะจำคุณไม่ได้เเล้ว จงจดจำทุกอย่างของเขาเเละของทุกๆคนที่คุณรัก ไม่เเน่นะคุณอาจจะพบกับเเสงสว่างในชีวิตมากกว่าที่เจอหรือเคยเจอก็ได้ เป็นกำลังใจให้ทุกๆคน โดยเฉพาะ เเก้บ กูรู้ว่ามึงสับสนเเละท้อเเท้ เเต่เชื่อกูดิ สักวันๆ มันจะดีขึ้น ทุกวันนี้เเม้ไม่มีกลุ่มให้เราได้สนทนาเเลกเปลี่ยนความคิด ผมก็ไม่ขอโทดใคร ก็ขอให้ทำตามที่ใจอยากจะทำเเละมีความสุขกับชีวิตต่อไป บล็อคหน้านี้ใครไม่ชอบใจจะเข้ามาด่าหรือ โวยวายไรกะกูก็ได้เชิญเต้มที่ เเต่บอกไว้ก่อนว่า อย่าเห็นกูเป็นดอกบัว
February 23 นมทำโปเจ็คไปได้ซักพักก็เริ่มเบื่องานมานไหลไปเรื่อย เฮ้อยิง่ทำไห้ยิ่งขี้เกียจนา เลยคิดถึงเรื่อง นมๆ นี่เเล่ะพอดี อยากดูไฉไลเเต่ไม่ได้ไปดูเก็บกด ทำโปเจ็คเลยเปรยๆว่าในที่สุด เมืองไทยกลายเป็น “สโมสรนมโต” ไปเรียบร้อย...คนไหน มี “นมน้อย” จะ “อาภัพ- อับวาสนา” โอกาส “ก้าวหน้า” จะตีบตัน!
“ดาราสาว” ยามเข้าสังคม ถ้า “นมไม่ สามัคคี” หรือมี “อึ๋มเล็กเกินไป” ความมั่นใจก็ “เหลือน้อย”-ต้องคอย “ยัดทิชชูส์” ตลอด อิจฉาพวก “อึ๋มใหญ่” แม่คงให้มาอย่างฟุ่มเฟือย! สังคมไทยให้คะแนน “อกภูเขา” มากกว่า “อกขนมครก”...“หน้าตาดี” แต่ “ไม่มีอก” ไม่มี “จุดจูงใจ” เพราะ “ไร้บรรยากาศ”, ดารารุ่นเก่า เขา “มองสะโพก” กันทั้งนั้น ปัจจุบัน “อยากดูใจ” พิสมัย “นม” เมื่อ “ตลาด” ชัดเจน เน้นแต่เรื่อง “อึ๋ม”... ดารารุ่นใหม่เลยใช้ “นม” เป็น ใบเบิก...เดินแฟชั่นบนเวที มีแต่ภาพ “นมหก” ดกดื่นมาก-ลูกเกด-เมทินี “ทำหก” ก่อน-ต่อมาก็ “ซาร่า”, เข็ม-รุจิรา ที่ฮือฮาอยู่หลายวัน คือดาราใหม่ชื่อ “ต้องรัก” หลุดมาทั้งยวง งาน “สุพรรณหงส์” ที่พังงา (เสียใจร้องไห้ขึ้นหน้า 1 อยู่หลายวัน) “นุ่น-วรนุช” สุดยอด “ปาฏิหาริย์”...อยู่ดีๆ “นมงอกได้” กลายเป็น “อกสวย” กว่าแต่ก่อน, เขตต์-ฐานทัพ คง “เขกหัวตัวเอง” ด้วยความแค้น ...ทันทีที่ “เลิกกับแฟน” ทำไม “ใหญ่กว่าเก่า” ทำให้เราต้อง เสียดาย! “ใหม่-สุคนธวา” เป็นรายล่าที่ “เกิดในคืนเดียว” เพราะ “นมหก” อย่าง “เปิดเผย” (งาน “ท็อป อวอร์ดส์”) ทีแรกคนคิดว่า อั้ม-พัชราภา มารับรางวัลจาก “สองเสน่หา” แล้วเธอจะเด่นเป็น “1 ในงานนี้”...พอมีข่าว “ใหม่” ทำ นมหก เท่านั้น-สวรรค์ปรบมือให้เธอดังอย่างเกรียวกราว! ยุคนี้ “แสดงดี-มีฝีมือ” หรือจะสู้ “คนมีดวงที่ทรวงอก” ดูจาก อั้ม-พัชราภา, ตั๊ก-บงกช, ทาทา ยัง, กระแต-ศุภักษร, ปู-ไปรยา ซู่ซ่าเพราะ “เซ็กซี่” ทั้งนั้น “งาน” วิ่งชนจนรับไม่ไหว ที่ไหนๆก็ “ต้องการนม!” ดารารุ่นก่อนอย่าง ปรียา รุ่งเรือง, เหมยฟ้า, มานี มณีวรรณ, วาสนา ชลากร, มรกต มณีฉาย ก็ “ใช้อก-ใช้สะโพก” ปลุกใจกันมาก่อน...บางรายก็ใจร้อน เห็นคนอื่น “ได้ดี” อยาก “มีบ้าง” หลายคนเจอเรื่องเศร้า-“นมเกิดเน่า” เพราะ ศัลยกรรม! อะไรที่ “ขายได้” คนดูต้องการแบบไหน? จงบ่ายหน้าไปหาเถิด...“ของปลอมกับของแท้” กาลเวลาพิสูจน์ “ความอึ๋ม” ได้ ถ้า “ของปลอม” เกิดแพร่หลาย...“นมโตสโมสร” กับ “สุสานนมโต” จะ ฉาวโฉ่ ตอน “ขาลง”! *-* ~{G}~ รายงาน
|
|
|